posttoday
แก้คอร์รัปชั่นให้ถูกจุด

แก้คอร์รัปชั่นให้ถูกจุด

06 กุมภาพันธ์ 2560

ค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2559 ตามผลการประเมินขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ที่ได้ประกาศให้ประเทศไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ลดลง 3 คะแนน และอยู่ในลำดับที่ 101 จาก 176 ประเทศทั่วโลก

ค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2559 ตามผลการประเมินขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ที่ได้ประกาศให้ประเทศไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ลดลง 3 คะแนน และอยู่ในลำดับที่ 101 จาก 176 ประเทศทั่วโลก

คะแนนดังกล่าวสะท้อนว่าการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศไทยประสบความล้มเหลว แม้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะได้ใช้ความพยายามในการสะสางปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในบ้านเรายังมีวัฒนธรรมปากว่าตาขยิบ และยังไม่สามารถทลายกำแพงระบบอุปถัมภ์ให้หมดไปจากสังคม ปัญหาการทุจริตในแวดวงราชการจึงยังไม่ลดลงง่ายๆ ซ้ำร้ายรูปแบบและวิธีการจ่ายสินบนก็ได้พัฒนาการไปอีกหลายระดับ

จริงอยู่ว่าทั้งภาครัฐและเอกชนได้พยายามรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักอย่างต่อเนื่อง และก็ยอมรับว่าสามารถก่อกระแสการต่อต้านการทุจริตขึ้นได้ในวงกว้าง แต่ปัญหานี้ยังคงเป็นเนื้อร้ายและไม่ยอมตายไปได้โดยง่าย

ตลอดช่วงกว่า 2 ปี หลังจากรัฐบาลทหารเข้ามาบริหารประเทศ มีความคาดหวังว่าสังคมไทยจะปลอดการทุจริต หรืออย่างน้อยที่สุดปัญหานี้คงจะเบาบางจางลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ด้วยแม้จะมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ อาทิ การมีพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ หรือแม้แต่ความพยายามเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำความผิด ฯลฯ แต่ก็อาจกล่าวได้ว่ารัฐบาลยังจะต้องเพิ่มความมุ่งมั่นและให้น้ำหนักการแก้ปัญหานี้ต่อไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการสร้างความโปร่งใสให้สังคมมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น หรือมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินโครงการให้มากยิ่งขึ้น เพราะลำพังการใช้ระเบียบและข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ

ขณะเดียวกันการผลักดันแก้ไขกฎหมายอาญาให้ยกเว้นโทษผู้จ่ายสินบนตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง แม้จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ได้ข้อมูลในกระบวนการทุจริตมากขึ้น แต่ในอีกด้านอาจจะเป็นการเปิดช่องให้มีการจ่ายใต้โต๊ะกันมากขึ้น หากไม่ต้องรับโทษในภายหลัง

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินนโยบายนี้เป็นไปในเชิงรุก รัฐบาลจะต้องสร้างความกระจ่างปมการจริตในโครงการที่ที่อื้อฉาวให้มีความตรงไปตรงมา เช่น การจัดซื้อจีที 200 สินบนบริษัท โรลส์-รอยซ์ การซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจ การติดตั้งกล้องวงจรปิดในรัฐสภา การขยายสัญญาเช่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จาก 25 ปี เป็น 50 ปี โดยไม่มีการประมูล ฯลฯ

การส่งสัญญาณการแก้ปัญหาด้วยวิธีการลดโทษอาจเป็นได้แค่เพียงมาตรการจูงใจมากกว่าจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในระยะยาว เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้ายอมรับสารภาพง่ายๆ เว้นแต่จะจำนนด้วยหลักฐาน

ฉะนั้น กระทรวงการคลังจึงควรต้องพิจารณาข้อเสนอนี้ให้รอบคอบ ไม่ให้เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นในสังคมไทยว่าผู้จ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ถือเป็นความผิด ซึ่งจะกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับข้าราชการ นักการเมือง ตลอดจนเอกชนที่มีพฤติการณ์ทุจริตให้กระทำความผิดมากยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดสังคมเราก็จะยังคงวนเวียนอยู่กับการแก้ปัญหานี้ไม่รู้จักจบสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์