posttoday
ลอตเตอรี่บอกเหตุ

ลอตเตอรี่บอกเหตุ

05 กุมภาพันธ์ 2560

ในเวิร์กช็อปการสร้างธุรกิจใหม่ได้ให้เงินนักศึกษาไปคนละ 100 บาท และตั้งโจทย์ว่าจะต้องทำให้กลายเป็น 8 หมื่นบาท

โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

ในเวิร์กช็อปการสร้างธุรกิจใหม่ได้ให้เงินนักศึกษาไปคนละ 100 บาท และตั้งโจทย์ว่าจะต้องทำให้กลายเป็น 8 หมื่นบาท ภายใน 12 เดือน หลังจากระดมความคิดกัน หลายๆ คนมาถึงทางตันที่ 8,000 บาท แล้วก็มีนักศึกษาเกรดเอนางหนึ่ง เสนอว่า ควรเอาไปซื้อลอตเตอรี่ 1 เล่ม 100 ใบ จะมีโอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัว 1 ครั้ง และ “เผื่อฟลุกจะได้ถูกรางวัลใหญ่ด้วย”!! (เหตุเกิดในคลาสของ “เชกา” เมื่อเทอมที่แล้ว)

เอ้อ...ก็ค่อนข้างจะผิดแผนและเหนือความคาดหมายไปหน่อยค่ะ ที่จริงเราต้องการให้นักศึกษาคิดเป็นผู้ประกอบการที่พึ่งพาลำแข้งของตนเองมิใช่โชคชะตา ก็เลยต้องให้คำนวณความน่าจะเป็นของรางวัลใหญ่กับผลตอบแทนเลขท้าย 2 ตัวดู...สุดท้ายนางยอมเปลี่ยนแผนเพราะ นอกจากจะ (1) มีความเป็นไปได้น้อย (2) ได้เงินคืนมาแค่ 2,000 แล้วยังต้องเสียค่าขึ้นเงินให้แผงลอตเตอรี่ (ต่างจังหวัด) อีกตั้งร้อยละ 3

ที่จริงความคิดของนักศึกษาไม่ได้ผิดไปจากค่านิยมของสังคมเลย ทุกวันนี้คนเจนวายรุ่นใหม่มีค่านิยมที่รักสบาย (เพราะพ่อแม่รุ่นนี้มีฐานะดีขึ้น) ต้องการหาเงินแบบง่ายๆ จึงมาบรรจบกับ “ลอตเตอรี่” ที่เป็นเครื่องมือกล่อมฝันกลางวันของคนทั่วโลกมาแต่โบราณ...มีหลักฐานย้อนอดีตไปได้ถึงสมัยกรีกโรมัน และราชวงศ์ฮั่นในศตวรรษที่ 2 ว่ามีการพนันที่คล้ายคลึงกับการออกลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นเครื่องมือของรัฐหรือผู้ปกครองในการระดมรายได้เข้าคลังได้ง่ายที่สุด ยิ่งกว่าการจัดเก็บภาษี เพราะฉะนั้นอาจคิดในมุมบวกว่า การอุดหนุนลอตเตอรี่ของรัฐ คือ การช่วยเติมเต็มภาษี “ของผู้อื่น” ที่รัฐจัดเก็บไม่ได้ตามเป้าก็ได้!!

ทำไมถึงซื้อ?...มีผู้ใช้ทฤษฎีอรรถประโยชน์ (Cardinal Utility Theory) มาอธิบายพฤติกรรมของผู้ซื้อลอตเตอรี่ว่า “ทำไมยังยอมรับความเสี่ยงจากการถูกหวยรับประทานอยู่ได้” ...คำตอบคือ เพราะว่า ผู้ซื้อ “มองเห็นอรรถประโยชน์ของสิ่งของแตกต่างไปจากเดิม เมื่อมีเงินมากขึ้น” (Friedman and Savage (1948) Markowitz (1952) และ Kent Grote (2011)) นักวิชาการมักอธิบายอะไรฟังแล้วน่าเวียนหัว พูดง่ายๆ คือ เมื่อฝันว่าถูกลอตเตอรี่สัก 30 ล้าน แต่ละคนก็จะคิดว่า ต้องซื้อบ้านใหม่ รถใหม่ โดยที่บ้านเดิมที่อยู่ รถคันเดิมที่มีกลายเป็นสิ่งของที่ด้อยค่าลงไป ทั้งๆ ที่ก่อนถูกหวยทั้งบ้านเดิมและรถคันเก่านั้น มีคุณค่าและประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ พฤติกรรมการซื้อลอตเตอรี่ยังสามารถเป็นลางบอกเหตุทางเศรษฐกิจได้ด้วย ในปี 1994 มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาบอกว่า “ในช่วงปีที่สหรัฐอเมริกาเผชิญสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ยอดขายลอตเตอรี่กลับสูงขึ้น” ซึ่งอาจตีความได้ว่า “การซื้อลอตเตอรี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาทางการเงินที่ยอมเสี่ยงได้ หากยังมีเงินพอซื้อ” ดังนั้น ประเทศที่เจอภาวะเศรษฐกิจภายในตกต่ำมากๆ ลอตเตอรี่ก็จะขายดี ออกลอตเตอรี่กันเป็นรายวัน รายชั่วโมงก็มี

ปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายลอตโต้ในเกาหลีสูงสุดในรอบ 13 ปี และสูงกว่าปีก่อนถึง 9% คือ ขายได้ 3,550 ล้านใบ เป็นเงิน 3,050 ล้านเหรียญสหรัฐ นักวิเคราะห์ในประเทศบอกว่า “เป็นผลพวงมาจากเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำอย่างแน่แท้” ที่ทำให้คนเกาหลีหันมาเสี่ยงโชคกันมากขึ้น

ลอตเตอรี่บอกเหตุ จำนวนคนที่ได้รับค่าแรงเกินว่า 100 ล้านวอน เพิ่มขึ้นทุกปี

 

อุตสาหกรรมในเกาหลีได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำกันทั่วหน้าค่ะ เช่น ปีที่แล้วยอดขายรถยนต์ฮยอนเด ในประเทศลดลง 30% ในไตรมาส 3 SME ที่เปิดใหม่อยู่รอดเกิน 1 ปี เพียงแค่ 31% อีก 69% ตายสนิท ส่วนอุตสาหกรรมในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เคยเป็นดาวรุ่งของเกาหลี บัดนี้ใครเป็นคลัสเตอร์ของการผลิตคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กเป็นอันต้องรู้สึกไข้ขึ้น เพราะถูกแทนที่ด้วยการเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันนี้แทบจะใช้งานแทนโน้ตบุ๊กได้ทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊กทั่วโลก ลดลงต่อเนื่องปีละ 5-6% มาตั้งแต่ปี 2012 ในขณะที่สมาร์ทโฟนขึ้นสวนทางปีละ 10% เป็นอย่างน้อย

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ “เชกา” ทำงานอยู่หลายปี เป็นตัวอย่างหนึ่งของการหดตัวอย่างรุนแรงจากการวิ่งตามเทคโนโลยีด้านสมาร์ทโฟนไม่ทัน 10 ปีก่อน เรามีโรงงานประกอบสินค้าอยู่ 5 โรง ทั้งในเกาหลี ไทย และจีน วันนี้เหลือโรงเดียวที่ประเทศไทย โรงงานในเกาหลีเหลือแค่ R&D และผลิตวัตถุดิบต้นน้ำของกระบวนการผลิตเท่านั้น เพราะต้นทุนสูง ค่าแรงสูง ค่าครองชีพสูง

ลองส่องดูรายได้ของคนเกาหลีกันค่ะ ไม่นานมานี้ กรมสรรพากรเกาหลี เปิดเผยว่า ชาวเกาหลีที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน มีเงินเดือนเกินกว่าปีละ 100 ล้านวอน (หรือเดือนละประมาณ 2.5 แสนบาท) อยู่เกือบ 6 แสนคน จากแรงงานทั้งหมด 17.33 ล้านคน ในขณะที่เงินเดือนเฉลี่ยของคนเกาหลีอยู่ที่ประมาณเดือนละ 7.8 หมื่นบาท (ราว 2.7 ล้านวอน) ส่วนแรงงานต่างชาติที่มีอยู่ทั่วประเทศราว 5.44 แสนคนนั้น มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5.6 หมื่นบาท (ราว 1.94 ล้านวอน) ค่าแรงสูงขนาดนี้ เป็นเหตุให้เกิดผล 2 ประการ คือ (1) ย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ หรือ (2) จ้างแรงงานต่างชาติในค่าแรงขั้นต่ำเข้าไปทำงานเพิ่ม

จึงได้คำตอบที่ตามหามาตั้งแต่เดือนที่แล้วว่า เหตุใดคนไทยถึงได้อยากเข้าไปทำงานในเกาหลีกันนัก คงคล้ายกับการซื้อลอตเตอรี่ แต่ที่ดีกว่าคือ รู้เบอร์ล่วงหน้า ถูกรางวัลได้เงินแน่ๆ ทว่า ยังมีความตื่นเต้นเหมือนเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง เพราะกระบวนการคัดสรรทำให้ลูกจ้างไม่มีโอกาสรู้จักพูดคุยกับนายจ้างก่อนเลย ถ้าโชคดีก็ได้นายจ้างดี แต่ถ้าไม่มีโชคยังไงก็ยังได้เงินเดือนแต่อยู่ไม่สบาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท