
อย่าประเมินปัญหาต่ำไป
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการทำธุรกิจของปีนี้มาจากปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่มีผลต่อเศรษฐกิจของไทยมากโข เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนอยู่
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการทำธุรกิจของปีนี้มาจากปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่มีผลต่อเศรษฐกิจของไทยมากโข เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนอยู่
การปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจและสังคมของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นอเมริกาต้องมาก่อน ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่เป็นผู้ที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐมาก เช่น จีน เยอรมนี ญี่ปุ่น เม็กซิโก เวียดนาม เกาหลีใต้ เป็นต้น ส่วนประเทศไทยเป็นคู่ค้าที่สหรัฐเสียดุลการค้าในลำดับที่ 10
ใครที่คาดการณ์ว่านายทรัมป์จะไม่ปฏิบัติตามที่สัญญาไว้เมื่อครั้งที่หาเสียง ก็อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะหลังจากพิธีสาบานตนแล้ว นายทรัมป์ก็ไล่เรียงทำตามที่ได้สัญญากับอเมริกันชนไว้เกือบทุกข้อ แต่จะทำในดีกรีขนาดไหนก็ต้องติดตามกันต่อไป
อย่างไรก็ดี การติดตามนโยบายและหาทางตั้งรับ ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ทำการค้าเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ผู้ที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ จะได้รับผลกระทบโดยตรง
ผลกระทบแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ จะเริ่มขึ้นเมื่อประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ เริ่มลงมือจัดการแก้ไขการขาดดุลการค้าที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ซึ่งตลาดจับตาว่าจีนจะเป็นประเทศแรกที่เจอนโยบายกีดกันทางการค้าแน่นอน และไทยเองก็จะต้องจับตาจุดนี้ให้ดี เพราะผลกระทบที่คิดว่าจะได้รับแค่สินค้าที่ส่งออกไปจีนจะชะลอตัวลงคงจะไม่ใช่แล้ว แต่จะมีการเพิ่มปัญหาคู่แข่งทางการค้าดัมพ์ตลาดสินค้า
มีการคาดการณ์กันว่า หากโดนมาตรการกีดกันการค้า จีนก็จะระบายสต๊อกสินค้าที่ส่งไปยังสหรัฐอเมริกา ดัมพ์ราคาลงมาขายแข่งในตลาดอื่น ซึ่งไทยอาจจะเจอปัญหาโดนตัดราคาหรือส่งสินค้าเข้ามาขายแข่งในประเทศราคาถูก ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีหลายสินค้า เช่น เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ส่งออกที่ผลิตชิ้นส่วนในลักษณะของซัพพลายเชนที่ส่งให้กับจีนก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน
ปัจจัยเหล่านี้จะลดทอนให้เศรษฐกิจไทยที่เริ่มจะมีแรงส่งดีขึ้นให้ชะลอลงบ้าง จะมากหรือน้อยแค่ไหนขึ้นกับการปรับตัวตั้งรับปัญหาที่จะมาถึง ซึ่งการรับมือกฎเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงทางการค้าของสหรัฐนั้น รัฐบาลยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องตั้งวอร์รูมขึ้นติดตามเรื่องนี้ เพราะยังไม่เห็นความจำเป็น รัฐบาลคิดว่าสัดส่วนการค้าของไทยส่งออกไปสหรัฐเพียง 10% ของการส่งออกทั้งหมดเท่านั้น เพียงแต่ให้ทูตพาณิชย์ สำนักงานตัวแทนการค้าติดตามสถานการณ์ก็น่าจะเพียงพอ
การรับมือสงครามการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้เป็นเรื่องจำเป็น เศรษฐกิจไทยเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวและดูดีขึ้น อาจจะแย่ลงไปอีกก็ได้หากไม่สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้ทัน รัฐบาลไม่ควรดูเบา
ผลกระทบที่จะเกิด คิดแต่เพียงผลกระทบไม่มากเพราะเรามีการค้าโดยตรงไม่เยอะ แต่ผลกระทบทางอ้อมอย่างการเจอทุ่มตลาดสินค้าส่งออก ก็เป็นภัยทางการค้าอย่างหนึ่งที่ต้องเตือนผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบให้เตรียมหาทางแก้ไข
การที่รัฐบาลไม่ตื่นตระหนกเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่มองอะไรเป็นเรื่องเล็ก เพราะการประเมินปัญหาต่ำไป อาจจะทำให้เราเพลี่ยงพล้ำอย่างที่คิดไม่ถึงก็ได้







