
ปส. ประสาน ปปง. สอบปม"เบนซ์"ยืมเงิน 6 ล้านบาท
รองผบช.ปส. ประสาน ปปง. ตรวจสอบ เส้นทางการเงิน "เบนซ์" ยืม 6 ล้านบาท จาก "บอย" หนึ่งในเครือข่ายไซซะนะ ชี้ยังมีประเด็นน่าสงสัย
รองผบช.ปส. ประสาน ปปง. ตรวจสอบ เส้นทางการเงิน "เบนซ์" ยืม 6 ล้านบาท จาก "บอย" หนึ่งในเครือข่ายไซซะนะ ชี้ยังมีประเด็นน่าสงสัย
วันที่ 4 กพ. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 กพ. นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง พร้อมทนายความนำหลักฐานเอกสารบางส่วนเข้าชี้แจงกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินหลายรายการ โดยเฉพาะรถยนต์หรู ยี่ห้อ แลมโบกินี่ กัลลาโด สีเทาดำ ที่ตำรวจสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่มาจากนายไซะซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว ที่ถูกตำรวจจับกุมไปก่อนหน้านี้ จากการสอบถาม ทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีการนัดหมายการเข้าพบครั้งถัดไป แต่ทราบว่านายอัครกิตติ์ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เหลือ เพื่อเข้ามาชี้แจง ส่วนการตรวจสอบข้อมูลตามการซักถาม ขณะนี้ได้ประสานไปยัง ปปง. และ ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะประเด็นเงิน 6 ล้านบาท ที่นายอัครกิตติ์ อ้างว่าได้ขอยืมจาก นายณัฐพล นาคคำ หรือบอย เครือข่ายค้ายาเสพติดนายไซซะนะ เพื่อตรวจสอบว่ามีการยืมเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่ , เป็นเงินที่มีที่มาอย่างไร หรือเป็นตัวแทนในการดำเนินการแทน นายณัฐพล ในการซื้อรถแลมโบกีนี หรือไม่ เนื่องจากนายณัฐพล เป็นผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติด จึงไม่สามารถครอบครองทรัพย์สินใดๆ ได้
ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของ นายอัครกิตติ์ และนายณัฐพล ที่รู้จักและสนิทสนมกันจากความรักชอบเรื่องการแต่งรถ มองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนที่เกิดข้อสงสัยคือประเด็นเรื่องการยืมเงิน 6 ล้านบาท โดยไม่มีหลักประกันใดๆ แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ นายณัฐพล เคยยืมเงิน 5 แสนบาท โดยให้ทะเบียนรถ หรือคู่มือรถ รถโฟลค์ ทะเบียน กจ 51 ไว้ อีกทั้งต่อมายังมีประเด็นสงสัยเรื่องที่นายอัครกิตติ์ ได้โอนกรรมสิทธิ์รถโฟลค์ ที่มีราคาหลักล้านบาท สูงเกินกว่าเงินที่ยืมเป็นของตนเอง ซึ่งนายอัครกิตติ์ ยังไม่ได้ตอบรายละเอียดในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ยอมรับว่าระหว่างการซักถามยังมีอีกหลายประเด็นที่พนักงานสอบสวนเกิดข้อสงสัย เช่น กรณีการถอนเงินสดธนาคารทยอยใช้หนี้ให้กับนายณัฐพล ที่อ้างว่าถอนเงินครั้งแรก 1.9 ล้านบาท ซึ่งนายอัครกิตติ์ทราบดีว่าอยู่ในข่ายเป็นธุรกรรมต้องสงสัย รวมถึงประเด็นอื่นๆ แต่เนื่องจากนายอัครกิตติ์ ไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้ จึงเป็นเพียงการซักถามในหลายประเด็น เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด
พล.ต.ต. ชาตรี กล่าวอีกว่า นอกจากหมายจับ 9 หมายจับ ตามเป้าหมายนักค้ายาเสพติด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใดเพิ่ม รวมถึงคนที่อยู่แวดล้อมนายอัครกิตติ์หรือนายณัฐพล เนื่องจากต้องพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ







