
คลังเร่งเบิกจ่าย2.4แสนล.
คลังเร่งเบิกจ่าย 2.4 แสนล้าน คมนาคมเสนอแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปีนี้อีก 36 โครงการ
คลังเร่งเบิกจ่าย 2.4 แสนล้าน คมนาคมเสนอแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปีนี้อีก 36 โครงการ
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมอีก 36 โครงการ วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท จากแผนลงทุนเดิมที่ทำไว้ 20 โครงการ วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2.29 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ในปี 2560 คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายในส่วนโครงการเดิมได้ 1.6 แสนล้านบาท และส่วนโครงการที่เพิ่มใหม่คาดว่าจะเบิกได้ 10% คิดเป็น 8 หมื่นล้านบาท รวมเบิกจ่ายในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 2.4 แสนล้านบาท
สำหรับปี 2559 รมว.คลัง กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายเบิกจ่าย 1 แสนล้านบาท แต่สามารถเบิกจ่ายได้แค่ 8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 60% ของเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการ แต่มั่นใจว่าในปี 2560 จะสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย เพราะหน่วยงานต่างๆ มีความพร้อมมากขึ้น
“การเบิกจ่ายในปีนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มจากปีที่ผ่านมา 2 เท่าตัว โดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมจะเป็นหัวใจสำคัญในปีนี้ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการลงทุนเอกชน ซึ่งจะต้องติดตามและเร่งโครงการคมนาคมเบิกจ่ายในปีนี้รวม 48 โครงการ เพราะในปีที่ผ่านมาการเบิกจ่าย 20 โครงการยังทำได้น้อย เนื่องจากติดปัญหาต่างๆ เช่น การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มเติมอีก 36 โครงการ ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 8.9 แสนล้านบาท จะอยู่ในแผนปฏิบัติการ ประกอบด้วย รถไฟทางคู่ 10 เส้นทาง รถไฟชานเมือง 2 เส้นทาง รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 6 เส้นทาง ทางหลวงพิเศษชนบท 5 เส้นทาง สิ่งอำนวยทางถนน 5 โครงการ เป็นต้น ซึ่งบางโครงการเริ่มลงนามและก่อสร้างได้ภายในปีนี้ไปแล้ว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรายงานผลยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปี 2559 พบว่ายอดขอเพิ่มขึ้นกว่าปี 2558 กว่า 200% สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนภาคเอกชนอยู่ในช่วงฟื้นตัวและจะขยายตัวได้ดีในปีนี้ ส่วนมาตรการเติมเงินชุมชน หมู่บ้าน เกษตรกร สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย ยกตัวอย่างการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกร พบว่า 30% เป็นการใช้จ่ายเพิ่มอุปโภคบริโภค อีก 19% เป็นการนำไปชำระหนี้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล
สำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลบัตรใยแมงมุม เพื่อเชื่อมโยงตั๋วร่วมด้านคมนาคมทั้งรถเมล์ รถไฟ จะเริ่มใช้ได้ในเดือน พ.ค.นี้







