
โคราชอ่วม น้ำท่วมจม300หลังคาเรือน
ฝนกระหน่ำโคราชติดต่อกันนานกว่า 2 วัน ท่วมบ้านหนองบัวศาลาสูงเกือบ 1 เมตร เดือนร้อนกว่า 300 หลังคาเรือน
ฝนกระหน่ำโคราชติดต่อกันนานกว่า 2 วัน ท่วมบ้านหนองบัวศาลาสูงเกือบ 1 เมตร เดือนร้อนกว่า 300 หลังคาเรือน
ฝนตกหนักตั้งเมื่อตั้งแต่ 1 ก.ย.ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทำให้ 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านหนองตะลุมปุ๊กหมู่ที่ 8 บ้านหนองตะลุมปุ๊กใหม่ หมู่ที่ 10 และบ้านหนองบัวศาลาหมู่ที่ 2 รวมกว่า 300 หลังคาเรือนต้องจมอยู่ใต้น้ำ โดยระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตร
โดยเฉพาะที่หมู่บ้านจัดสรรจามจุรี ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไม่สามารถเข้าออกภายในหมู่บ้านได้ ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านต้องจอดรถทิ้งไว้ริมถนนสาย ราชสีมา - โชคชัย ซึ่งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลาต้องปิดถนน 1 เลนเพื่อใช้เป็นที่จอดรถให้กับประชาชน ส่งผลให้การจราจรติดกันอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม น้ำที่ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ต.หนองบัวศาลา ในครั้งนี้ เป็นน้ำฝนที่ไหลจากพื้นที่ อ.ปักธงชัย และ อ.สูงเนินบางส่วน มารวมกันเนื่องจาก ต.หนองบัวศาลามีภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะอยู่ในที่ลุ่ม ส่งผลให้กลายเป็นพื้นที่รองรับน้ำที่ไหลมารวมกันและเกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปีโดยปริมาณน้ำได้ไหลลงมารวมกันตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 3 ก.ย. และกำลังเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ปริมาณน้ำได้ไหลข้ามถนนสาย ราชสีมา - โชคชัยเข้าท่วมวัดหนองตะลุมปุ๊กและโรงเรียนบ้านหนองตะลุมปุ๊ก จนทางโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนกะทันหัน จนกว่าปริมาณน้ำจะเข้าสูงภาวะปกติ ขณะที่ทางอำเภอ และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลา ก็ได้เร่งนำกระสอบทรายเข้าให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมประสานไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ให้เร่งส่งเรือท้องแบน และอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาสบทบอย่างเร่งด่วน
ด้านจ.บึงกาฬ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นวัดระดับได้ 11.90 เมตร ประกอบกับมีน้ำเหนือไหลบ่าลงมาทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างเนื่องและไหลเข้าตามลำห้วยสาขานอกจากนี้น้ำโขงที่หนุนทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาก็ระบายลงสู่แม่น้ำโขงไม่ได้ จึงเออล้นลำห้วยเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังงอกงามหลังจากปักดำได้ประมาณ 1 เดือนส่งผลให้นาข้าวของชาวบ้านดอนยม บ้านคำหมื่น บ้านคำแสน และบ้านห้วยเซือมเหนือ ที่ปลูกข้าวในที่ลุ่มริมห้วยได้รับความเดือดร้อนจากนาข้าวถูกน้ำท่วมถ้ายังมีฝนตกลงมาและน้ำโขงหนุนอยู่ข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำนานๆ ก็จะยืนต้นตายแน่
เช่นเดียวกับที่ จ.กาฬสินธุ์ ปัญหาน้ำท่วมเริ่มทวีความรุนแรงและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านหนักขึ้น โดยเฉพาะที่อ.ฆ้องชัย นาข้าวกว่า 5,500 ไร่ใน 3 ตำบล ถูกน้ำท่วมเสียหายยับเยิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเร่งสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าน้ำที่ไหลหลากจะแผ่วงกว้างสร้างความเสียหายมากขึ้น
นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผวจ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบระดับน้ำ เนื่องจากได้รับรายงานจากทางอ.ฆ้องชัยว่าสถานการณ์น้ำเริ่มเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ทั้งนี้ยังได้นำถุงยังชีพที่บรรจุข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่บ้านท่าเยี่ยม จำนวน 50 ชุด
ด้านนายธีรวุฒิ ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย กล่าวว่า พื้นที่ของอ.ฆ้องชัย เริ่มมีปัญหาน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างกินพื้นที่ใน 3 ตำบล คือตำบลฆ้องชัยพัฒนา ต.เหล่ากลาง และต.ลำชี โดยมี 8 หมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก ทั้งนี้น้ำได้หลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรที่เป็นนาข้าวนาปีจมเสียหายเป็นบริเวณกว้างรวมทั้งสิ้นกว่า 5,500 ไร่ ซึ่งทางอำเภอฆ้องชัยได้ทำการสำรวจเพื่อประเมินความเสียหายและเตรียมการให้ความชวยเหลือกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ยังได้ทำเร่งระดมสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อลดระดับน้ำในแม่น้ำปาว และแม่น้ำชี โดยมีการตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทานจำนวน 8 ตัว โดยมีการสูบระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพราะหวั่นเกรงสถานการณ์น้ำที่มีความผิดปกติปริมาณน้ำที่ไหลหลากมามากทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งระดับน้ำที่เข้าท่วมนาข้าวบางแห่งยังมีระดับสูงเกือบ 1 เมตร







