posttoday
ป.ป.ส.ย้ำ "เบนซ์ เรซซิ่ง" เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย พร้อมให้โอกาสชี้แจง

ป.ป.ส.ย้ำ "เบนซ์ เรซซิ่ง" เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย พร้อมให้โอกาสชี้แจง

02 กุมภาพันธ์ 2560

เลขาฯป.ป.ส.ย้ำ "เบนซ์ เรซซิ่ง" เป็นผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา พร้อมให้โอกาสชี้แจง หลังพบทรัพย์สินที่ถือครองเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาในแก๊งค้ายาเสพติด

เลขาฯป.ป.ส.ย้ำ "เบนซ์ เรซซิ่ง" เป็นผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา พร้อมให้โอกาสชี้แจง หลังพบทรัพย์สินที่ถือครองเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาในแก๊งค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส  และพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการตามแผนชัยยะสยบไพรี 60/2 เครือข่ายผาขาว ซึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวลาว โดยปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 06.00 น. ได้ระดมปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 39 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย คือ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย และ น.ส.อรันญา  สิงห์ผงาด และจับกุมนายชัยวัฒน์ ชูสาย หรือ แป๊ะ พร้อมของกลาง ได้แก่ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 21.72 กก.  มูลค่ากว่า 30,030,000 บาท, ยาไอซ์ จำนวน 5.97 กรัม, ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด และยาอี จำนวน 2 เม็ด

เบื้องต้นยึดทรัพย์สินไว้ 14 รายการ ได้แก่ สร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือ, แหวนทองคำ, รถยนต์บีเอ็มดับบลิว, รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์,  รถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า, รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์, วัวพันธุ์ จำนวน 63 ตัว และเงินในบัญชี จำนวน 1 แสนบาท รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 200 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ชุดจับกุมได้รายงานผลการเข้าตรวจค้นตามจุดต่างๆ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์มายัง ป.ป.ส. โดยในจุดที่เป็นร้านแต่งรถของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง"สามีของนางเอกสาว แพท ณปภา ตันตระกูล พบปืน 2 กระบอก เป็นปืนเอชเค บรรจุกระสุน 8 นัด และปืนกล็อก 1 กระบอก โดยปืนทั้ง 2 กระบอกมีกระสุน 15 นัด ปลอกกระสุน 3 ปลอก ซึ่งผบช.ปส.กำชับให้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนปืน เบื้องต้นปืนทั้ง 2 กระบอก เป็นปืนมีทะเบียน โดยปืนเอชเคมีหลักฐานได้รับโอนมรดกจากมารดาเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 56 แต่ก็มีข้อห่วงใย เพราะปืนเอชเคเป็นอาวุธที่ใช้ในภารกิจจู่โจม ซึ่งส่วนใหญ่มีไว้ใช้ในทางราชการ

ส่วนรถยนต์แลมโบกินีหมายเลขทะเบียน กจ 51 กทม. เป็นการขยายผลมาจากการยึดทรัพย์เป็นรถยนต์หรูนับ 1,000 คัน ของนายไซซะนะใน สปป.ลาว ซึ่งมีรถแลมโบกินี 1 คัน หายไป จากการสืบสวนพบว่าถูกนำเข้ามาในไทย คาดว่ามีการสวมทะเบียนในจ.ลำพูน นอกจากนี้จากฐานข้อมูลเบื้องต้นพบว่าทะเบียนของรถแลมโบกินีซ้ำกับรถโฟลค์ ผบช.ปส.จึงย้ำให้ตรวจสอบว่าเป็นทะเบียนปลอมหรือเกี่ยวข้องกับการสวมทะเบียนรถหรูหรือไม่

นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า ขณะนี้ นายอัครกิตติ์ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่เป็นผู้ถือทรัพย์สินแทน นายณัฐพล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ทางป.ป.ส.จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.มาตรการ ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 และกฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ

สำหรับนายณัฐพลในปี 2555 ถูกป.ป.ส.ยึดทรัพย์เพราะเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ซึ่งศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของกองทุน ป.ป.ส. และในวันนี้นายณัฐพลถูกจับในฐานะผู้ต้องหาคดียาเสพติด และปรากฎหลักฐานการโอนทรัพย์สินไปมาระหว่างนายณัฐพลและนายอัครกิตติ์ต่อเนื่อง 2-3 ปี

"ยืนยันว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และให้โอกาสนายอัครกิตติ์เข้ามาชี้แจงหากชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ก็จะคืนให้ สำหรับนายอัครกิตติ์ ทราบว่าได้ขับรถออกจากบ้านไปเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 1 ก.พ. เชื่อว่านายอัครกิตติ์จะต้องติดต่อกลับมา เพราะเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย"เลขาธิการฯป.ป.ส. กล่าว

ขณะที่พล.ต.ท. สมหมาย กล่าวถึงกรณีนายไซซะนะให้ข้อมูลว่ามีไฮโซคนดังเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่า ขณะนี้มีคนบางคนได้รับทรัพย์สินไป ทำให้รวยแบบไม่มีที่มาที่ไป ตำรวจจะเร่งสอบสวนขยายผล ขอเวลาในการทำงาน เพราะตนมีเวลาว่างสำหรับคนพวกนี้ ส่วนนายอัครกิตติ์ถ้าไม่มาพบเจ้าหน้าที่ก็พร้อมติดตามตัวมาให้ได้ ระหว่างนี้ขอให้อดใจรอปฏิบัติการสยบไพรี 60/3 อาจสนุกกว่านี้เป็นร้อยเท่า โดยนายณัฐพลนั้นมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้ส่งยาเสพติดให้กับนายไซซะนะ

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า นายณัฐพลกับนายอัครกิตติ์มีความเชื่อมโยงกันเรื่องของทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่านายอัครกิตติ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยหรือไม่ โดยนายไซซะนะได้มีการนำเงินมาฟอกเงินเป็นรถยนต์ ซึ่งก็คือรถยนต์ แลมโบกินี ที่นายอัครกิตติ์ได้ขับออกไปจากบ้านพักเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพราะนายณัฐพลยอมรับว่า รถคันนี้เป็นของนายไซซะนะ ส่วนนายณัฐพลกับนายอัครกิตติ์ไปรู้จักกันได้อย่างไร ตรงนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนก่อน

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบรถยนต์ แลมโบกินีคันดังกล่าว พบว่าแผ่นป้ายทะเบียนรถในขณะนี้เป็นของ คนในลำพูน แต่จากการตรวจค้นภายในที่พักของนายอัครกิตติ์เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พบสมุดจดทะเบียนรถแลมโบกินีนี่ที่เป็นชื่อของนายอัครกิตติ์เป็นผู้ครอบครอง ทะเบียน กจ 51 กทม.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถแลมโบกินีถูกโอนมาเป็นชื่อ นายอัครกิตติ์ อย่างถูกกฎหมาย ทั้งที่แท้จริงแล้วป้ายทะเบียนที่สวมอยู่ของรถแลมโบกินีนั้น เป็นทะเบียน กจ 51 ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนของรถโฟล์ค ที่จ.ลำพูน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ

"เบื้องต้นจากการตรวจสอบธุรกิจของนายอัครกิตติ์นั้น ยังไม่พบว่ามีการทำธุรกิจอื่น มีเพียงธุรกิจที่เกี่ยวกับรถยนต์เท่านั้น"พล.ต.ท.สมหมายกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายอัครกิตติ์ยังไม่มีความผิด เพียงแต่แค่มีการรับทรัพย์สินของนายไซซะนะไว้ จึงต้องรอให้นายอัครกิตติ์เข้ามาให้ข้อมูลถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินดังกล่าวก่อน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปทางมารดาของนายอัครกิตติ์แล้ว เพื่อให้ประสานให้นายอัครกิตติ์เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แต่หากพบว่ารับดูแลทรัพย์สินแทนจริง ก็จะโดนข้อหาสมคบต่อไป

ป.ป.ส.ย้ำ "เบนซ์ เรซซิ่ง" เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย พร้อมให้โอกาสชี้แจง

 

ป.ป.ส.ย้ำ "เบนซ์ เรซซิ่ง" เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย พร้อมให้โอกาสชี้แจง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท