
สปส.ประชุมโรงพยาบาลคู่สัญญาแจงสิทธิตรวจสุขภาพฟรี
สำนักงานประกันสังคม จัดประชุมโรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 240 แห่ง แจงสิทธิตรวจสุขภาพฟรี
สำนักงานประกันสังคม จัดประชุมโรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 240 แห่ง แจงสิทธิตรวจสุขภาพฟรี
เมื่อวันนี้ 1 ก.พ. ที่อิมแพคเมืองทองธานี สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดการประชุมชี้แจงสิทธิประโยชน์และการจัดบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม รุ่นที่ 1 เพื่อเป็นการทำความเข้าใจและเตีรยมความพร้อมแก่โรงพยาบาลคู่สัญญาในการให้บริการสิทธิประโยชน์ตรวจสุขภาพฟรี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีสถานพยาบาลเข้าร่วมประชุมกว่า 240 แห่ง
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ขณะนี้ยอมรับว่า การให้บริการตรวจสุขภาพฟรียังมีปัญหา เนื่องจากโรงพยาบาลคู่สัญญาหลายแห่ง ยังไม่ทราบเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกันตนที่เดินทางไปรับบริการประสบปัญหา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าขณะนี้ได้ทำหนังสือแจ้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ดังกล่าวไปยังโรงพยาบาลคู่สัญญาทุกแห่งแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่าโรงพยาบาลคู่สัญญาหลายแห่ง ยังมีความไม่เข้าใจถึงรายละเอียดในการเริ่มต้นจัดบริการดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการประชุมดังกล่าวขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมแก่โรงพยาบาลคู่สัญญา
ขณะที่ นพ.สนธยา พรึงลำภู ที่ปรึกษาการแพทย์ สปส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกันตนใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ก็ต่อเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น ดังนั้น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพฟรีที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ จึงช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถรับบริการทางการแพทย์เมื่อยังไม่เจ็บป่วยได้ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้ชี้แจงให้โรงพยาบาลคู่สัญญาของประกันสังคมเข้าใจถึงลักษณะของการตรวจสุขภาพที่เข้าเกณฑ์ตามสิทธิประโยชน์ดังกล่าว คือ ต้องเป็นการตรวจคัดกรองในผู้ประกันตนที่ยังไม่มีอาการป่วยมาก่อน จึงถือว่าเข้าเกณฑ์การเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ตรวจสุขภาพ
แต่หากเป็นการตรวจสุขภาพในโรคที่เป็นอยู่แล้ว เช่น เป็นเบาหวานแล้วขอตรวจน้ำตาลในเลือด เป็นต้น หรือแพทย์สั่งตรวจสุขภาพเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรค หาสาเหตุของโรค ความรุนแรงของโรค ถือเป็นการตรวจสุขภาพตามสิทธิการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว ตรงนี้ก็จะเบิกจ่ายจากงบเหมาจ่ายรายหัวที่ สปส.ส่งให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญาอยู่แล้ว ต้องแยกให้ชัดเจน
ปรึกษาการแพทย์ สปส. ชี้แจง ข้อกังวลของโรงพยาบาล เรื่องหลักเกณฑ์การตรวจสุขภาพและต้นทุนค่าบริการ ซึ่งอาจเกินจากอัตราค่าใช้จ่ายที่ สปส.กำหนดจะทำอย่างไรนั้น ว่า รายการตรวจสุขภาพและค่าบริการนั้น สปส.ยึดตามหลักเกณฑ์ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมีการปรับให้เหมาะสม อย่างเรื่องเอกซ์เรย์ เกณฑ์ของกรมการแพทย์ไม่ได้พูดถึง แต่มีในประกาศแนบท้ายของ สปส. เป็นต้น ซึ่ง สปส.กำหนดเพราะบางอาชีพจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพด้วยการเอ็กซเรย์จึงกำหนดเอาไว้ด้วย
อย่างไรก็ตามขอให้โรงพยาบาลยึดตามบัญชีแนบท้ายของสปส. ตรวจคัดกรองตามความเสี่ยงจากการทำงาน และกลุ่มอายุ และพิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนเรื่องต้นทุนการบริการ สปส.เองก็อยากทราบต้นทุนที่แท้จริงเช่นกันว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าหากโรงพยาบาลพบว่าไม่เพียงพอ ก็ต้องสะท้อนข้อมูลเข้ามายัง สปส. ซึ่งจะรายงานเข้าไปยังที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ต่อไป ซึ่งหากคณะกรรมการฯ เห็นว่ามีความจำเป็น ก็สามารถออกประกาศเพื่อปรับอัตราค่าบริการใหม่ได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของโรงพยาบาล
นพ.อรรถสิทธิ ศรีสุบัติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ สาธารณสุข กล่าวว่า การมีโปรแกรมตรวจสุขภาพให้ผู้ประกันตน จะช่วยให้รู้ความเสี่ยงและป้องกันตัวเองแต่เนิ่นๆ ช่วยยืดระยะเวลาการป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้ เพระาหากไม่รู้ตัวเองก็จะไม่ระวังและอาจจะทำให้เป็นโรคเร็ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าการเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ แต่ข้อควรระวังคือ การตรวจสุขภาพมีทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น เพราะบางอย่างเมื่อตรวจไปแล้วโอกาสเกิดผลบวกลวงสูง ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ซึ่งมีหลายกรณีพบว่าเมื่อตรวจไปแล้วกลับไม่ได้เป็นโรคตามที่ผลตรวจสุขภาพบอก ก็ทำให้เสียเวลา ค่าใช้จ่าย และสุขภาพจิต ดังนั้น สถาบันวิจัยฯ จึงทำการศึกษาแนวทางการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม โดยเน้นเรื่องของการซักประวัติ ประเมินความเสี่ยง ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความจำเป็น เมื่อพบความเสี่ยงก็ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ เพื่อไม่ให้เกิดโรค แต่ถ้าพบโรคก็ตรวจยืนยันและรักษาต่อไป
ด้าน นพ.วุฒิชัย บุญไชยะ แพทย์ประจำโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ฝ่ายสิทธิบัตร กล่าวว่า รพ.บุรีรัมย์มีความพร้อมในการให้บริการตรวจสุขภาพผู้ประกันตน เพราะมีประสบการณ์ในการจัดบริการให้แก่สิทธิบัตรทองและข้าราชการมาก่อน โดยมีการแยกหน่วยบริการตรวจสุขภาพทุกสิทธิการรักษาออกมาโดยเฉพาะ ทำให้ผู้มารับบริการไม่ต้องไปรอคิวปะปนกับผู้ป่วยที่มาพบแพทย์เพื่อรักษาทั่วไป ซึ่งแต่ละวันผู้มารับบริการตรวจสุขภาพก็มีไม่มาก ทำให้ไม่ต้องรอคิวนาน แต่หากตรวจสุขภาพแล้วพบว่ามีความจำเป็นต้องตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติมก็อาจต้องไปเข้าระบบคิวตามปกติ อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลของโรงพยาบาลคือ ผู้มารับบริการจะขอตรวจสุขภาพไปทุกอย่างมากกว่า ซึ่งบางอย่างถือว่าไม่จำเป็นต้องตรวจ เพราะการตรวจมากๆ อาจทำให้เกิดผลบวกลวงได้
ทั้งนี้ รพ.บุรีรัมย์ได้ให้บริการตรวจสุขภาพผู้ประกันตนตามสิทธิมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่ายังไม่มีปัญหาเรื่องการให้บริการแต่อย่างใด ส่วนการตรวจสุขภาพโดยรวมมักเข้ามารับบริการตรวจเบาหวาน นิ่ว และเกาต์ เป็นส่วนใหญ่







