
ศาลภูเก็ตยกฟ้อง คดีขับไล่ชาวราไวย์
ศาลภูเก็ตยกฟ้องคดีขับไล่ชาวเลราไวย์ หลักฐานโจทก์มีพิรุธ ออกโฉนดไม่ถูกต้อง
ศาลภูเก็ตยกฟ้องคดีขับไล่ชาวเลราไวย์ หลักฐานโจทก์มีพิรุธ ออกโฉนดไม่ถูกต้อง
ศาลจังหวัดภูเก็ตอ่านคำพิพากษาเบื้องต้นคดีนางบุญศรี ตันติวัฒนวัลลภ น.ส.จินดารัตน์ ธรรมจักร กับพวกรวม 2 คน เป็นโจทก์ฟ้องนายแอ่ว หาดทรายทอง นายวรณัน หาดทรายทอง นายนิรันดร์ หยังปาน และนายบัญชา หาดทรายทอง ชาวราไวย์ หมู่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมือง รวม 4 คดี บุกรุกที่ดินเลขที่ 8324 เนื้อที่ 12 ไร่ ศาลพิจารณาเห็นว่าชาวเลราไวย์เป็นผู้อยู่ในพื้นที่พิพาทก่อน
ขณะที่นายทัน มุกดี ได้แจ้ง ส.ค.1 และยื่นคำขอออกโฉนดไม่แจ้งว่ามีชาวเลอาศัยอยู่ในพื้นที่มาก่อนแล้ว และเจ้าพนักงานที่ดินไม่ทำการสอบสวนสิทธิชาวเลราไวย์ว่าจะคัดค้านการออกโฉนดที่ดิน มีพยานหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศในอดีตมีนายแสงชม พจน์สมพงส์ ผู้เชี่ยวชาญศาลยุติธรรมเป็นผู้อ่านแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศ ยืนยันว่าชาวเลราไวย์อาศัยอยู่ในพื้นที่พิพาทมาก่อนการแจ้ง ส.ค.1 และการออกโฉนดที่ดินมิชอบจึงยกฟ้องสร้างความดีใจให้กับชาวเลราไวย์ประมาณ 100 คน ที่มานั่งรอฟังคำพิพากษา
นายนิรันดร์ หนึ่งในแกนนำชาวบ้านเลราไวย์ เปิดเผยว่า ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีข้อพิรุธหลายด้านในโฉนดที่ดิน การไต่สวนจากในหลวงเสด็จฯ เมื่อปี 2502 ซึ่งผู้ถือโฉนดบอกว่าปลูกมะพร้าวทำกินประมาณ 10 ปี ขัดแย้งกับเอกสารของผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ภาพถ่ายทางอากาศ ได้ระบุว่า มะพร้าว ดังกล่าวมีอายุมากกว่า 30 ปี พบพิรุธหลายอย่าง และยังพบว่าชาวเลเป็นผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินมาก่อนโฉนดดังกล่าวจึงพิพากษายกฟ้อง
นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า แนวทางการต่อสู้จะเน้นในเชิงวัฒนธรรม เอาความจริงมาต่อสู้กัน เพราะขณะนี้ถือว่าคดียังไม่สิ้นสุด ภาพรวมมีคดีที่ชาวเลถูกฟ้อง 117 ราย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งการพิจารณายกฟ้อง และแพ้คดี ส่วนรายที่แพ้คดียังคงอยู่ที่เดิม ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะพื้นที่ที่อยู่ถือเป็นที่ของบรรพบุรุษ แม้ว่าโจทก์จะมารื้อจะไม่ไปอยู่ที่ไหน







