
เริ่มแล้ว!ใช้กล้องจับความเร็วคนแหกกฎจราจร
รอง ผบช.น. ลงพื้นที่ ถนนวิภาวดี-รังสิต ดีเดย์ใช้กล้องตรวจจับความเร็ว จับคนแหกกฎจราจร ออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์แนบภาพถ่าย พร้อมขึ้นแบล็คลิสต์คนไม่จ่ายค่าปรับ
รอง ผบช.น. ลงพื้นที่ ถนนวิภาวดี-รังสิต ดีเดย์ใช้กล้องตรวจจับความเร็ว จับคนแหกกฎจราจร ออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์แนบภาพถ่าย พร้อมขึ้นแบล็คลิสต์คนไม่จ่ายค่าปรับ
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เวลา 10.00 น. ที่สะพานลอยข้ามแยกเกษตร(ฝั่งวิภาวดี) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. ลงพื้นที่ตรวจการเริ่มใช้กล้องตรวจจับความเร็ว และผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรบนถนนวิภาวดี-รังสิต พร้อมดำเนินการออกใบสั่งผู้กระทำผิดกฎจราจรโดยใช้ภาพถ่ายและใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่า มาตรวจกล้องจับความเร็ว ที่สามารถตรวจจับได้ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สามารถบันทึกได้ทั้งภาพนิ่งและภาพวิดีโอ ซึ่งบนถนนวิภาวดี มีปัญหาของผู้ฝ่าฝืนคือ รถจักรยานยนต์ วิ่งในช่องทางด่วน รถจักรยานยนต์ย้อนศร รถจักรยานยนต์วิ่งบนฟุตบาท วิ่งปาดทับเส้นทึบ และรถใช้ความเร็ว และอาจปรับใช้กับการจัดการกับกลุ่มเด็กแว้น ก่อนจะออกเป็นใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ส่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถ ซึ่งผู้ที่ได้รับใบสั่งจะต้องชำระภายใน 7 วัน หากไม่ชำระจะมีใบเตือน แต่ถ้าหากยังไม่ชำระอีกภายใน30วัน จะนำไปสู่การติดแบล็คลิสต์ ในการต่อทะเบียน ต่อประกันรถ การทำธุรกรรมกับรถในอนาคต
สำหรับการชำระค่าปรับจากใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำได้3ช่องทาง คือ สถานีตำรวจพื้นที่ถูกออกใบสั่ง,เคาเตอร์ธนาคารกรุงไทย ,ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย โดยมาตรการนี้จะเริ่มในทุกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งปัจจุบันมีกล้องตรวจจับความเร็วทั้งนครบาลทั้งสิ้น14ตัว คือกองบังคับการตำรวจจราจร5ตัว และตาม 9 กองบังคับการ ส่วนพื้นที่สน.อื่นๆจะมีกล้องภาพนิ่งที่คอยจับภาพผู้กระทำความผิด ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่พบการร้องเรียนและปัญหา
"เชื่อว่ามาตรการดังกล่าว จะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาผู้ฝ่าฝืนการจราจร และการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน" พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรบนถนนวิภาวดี พื้นสน.วิภาวดี พบว่า มีผู้ถูกออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 10,000 คน วันละกว่า 300 คัน ส่วนความผิดที่พบบ่อย ใช้ความเร็วเกินกำหนด กับรถจักรยานยนต์วิ่งในช่องทางด่วน







