
แบงก์ไทยฐานะแกร่ง
ฟิทช์ฯ ชี้แบงก์ไทยยังแกร่ง แม้เอ็นพีแอลจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะมีเงินกองทุนและค่าเผื่อหนี้สูญเพียงพอ
ฟิทช์ฯ ชี้แบงก์ไทยยังแกร่ง แม้เอ็นพีแอลจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะมีเงินกองทุนและค่าเผื่อหนี้สูญเพียงพอ
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไทยจะปรับตัวอ่อนแอลงในปี 2560 หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ไทย 11 แห่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีสินเชื่อ 85% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3.5% จาก 3.2% และสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษปรับเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ฟิทช์ฯ คาดว่า เอ็นพีแอลจะยังคงเพิ่มต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับหนี้สินภาคเอกชนโดยเฉพาะหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มจาก 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2553 เป็น 81% ในปี 2559 ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์เพิ่มขึ้น รวมทั้งธนาคารยังคงต้องเผชิญสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อเนื่อง โดยฟิทช์ฯ คาดว่าปีนี้จีดีพีจะโต 3% ชะลอตัวลงจาก 3.2%
นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ความต้องการสินเชื่อจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจชะลอตัวลง ส่งผลให้สินเชื่อปี 2559 โต 3.9% ชะลอตัว 5.8% ในปี 2558 โดยอัตราการเติบโตของสินเชื่อน่าจะผ่านพ้นระดับที่ต่ำสุดไปแล้ว และปี 2560 สินเชื่อน่าจะเติบโตสูงขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับผลกำไรที่ยังมีแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ไทยมีเงินกองทุนและสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในระดับที่เพียงพอสำหรับรับมือกับแนวโน้มการปรับตัวอ่อนแอลงของภาคธนาคาร โดยอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเอ็นพีแอลเฉลี่ยเพิ่มเป็น 136% ในสิ้นปี 2559 จาก 131% อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยง (เฉพาะของธนาคาร) เพิ่มเป็น 14.7% ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2559 จาก 13.9% ณ สิ้นปี 2558 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก แต่ในอัตราชะลอลงจากปีก่อนๆ พร้อมคงแนวโน้มอันดับเครดิตของธนาคารพาณิชย์ไทยส่วนใหญ่ไว้ที่ “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ”







