
เร่งกองทุน2หมื่นล้าน
อุตฯ เร่งปล่อยเงินกองทุนเอสเอ็มอี 2 หมื่นล้าน เดือน เม.ย.นี้ หวังช่วยรายเล็ก 5,000 กว่าราย พร้อมลุยต่อยอดเทคโนโลยี
อุตฯ เร่งปล่อยเงินกองทุนเอสเอ็มอี 2 หมื่นล้าน เดือน เม.ย.นี้ หวังช่วยรายเล็ก 5,000 กว่าราย พร้อมลุยต่อยอดเทคโนโลยี
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งบรรจุในงบประมาณเพิ่มเติมปี 2560 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว คาดว่าภายในเดือน เม.ย.นี้จะสามารถเดินหน้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ ในรูปแบบการปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และรูปแบบการร่วมลงทุน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะพิจารณารายละเอียด ความเหมาะสมของการใช้เงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละรายอีกครั้ง คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างน้อย 5,000 ราย กำหนดวงเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท
“ในการเดินหน้าของกองทุน ช่วงแรกจะเน้นช่วยเหลือเอสเอ็มอี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรและหมู่บ้านอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเอสเอ็มอีต่อ 1 ราย อาจมีเกษตรกรเข้าร่วมมากกว่า 1 คน เพราะจะเน้นพัฒนาธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายถึงผู้บริโภค” นายพสุ กล่าว
ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ลงนามความร่วมมือกับองค์การขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (เอสเอ็มอาร์เจ) โดยจะเน้นความ
ร่วมมือในด้านสำคัญ เช่น กระทรวงต้องการให้ผู้ประกอบการระหว่างไทยและญี่ปุ่นจับคู่ธุรกิจกันในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดการต่อยอดอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะใช้กลไกกองทุน 2 หมื่นล้านบาท ของรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนตามแนวทางกลไกประชารัฐเพื่อให้เกิดการลงทุนมากขึ้น
ทั้งนี้ จะมุ่งพัฒนาบุคลากรร่วมกันเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการส่งเสริมเอสเอ็มอีของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาเอสเอ็มอีตั้งแต่ระดับฐานราก โดยการพัฒนาบุคลากรจะต้องมีการเชื่อมโยงความรู้กับประเทศต่างๆ เพื่อนำมาใช้กับผู้ประกอบการในประเทศ และการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์หรือการใช้อี-คอมเมิร์ซ
“ในญี่ปุ่นมีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับเอสเอ็มอีอยู่แล้ว คือ เจกู๊ดเทค โดยในนั้นมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นเข้าร่วมประมาณ 4,000 ราย จากต่างประเทศ 2,500 ราย ซึ่งในนั้นเป็นของไทย 1,000 ราย การเข้าไปมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มดังกล่าว ทำให้เกิดโอกาสมากมายในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งไทยจะต้องหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์และดิจิทัลฯ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เข้าร่วมมากขึ้น ซึ่งน่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในปีนี้” นายอุตตม กล่าว
นอกจากนี้ นายฮิโรชิ ทาคาดะ ประธานเอสเอ็มอาร์เจ กล่าวว่า เอสเอ็มอาร์เจจะเน้นขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีออนไลน์ของญี่ปุ่นประเภทการค้าขายจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค (บีทูซี) มีมูลค่าตลาดรวมถึง 12 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท







