ไทยยังต้องรับเสี่ยงภายนอก หวังบริโภคในดันโต3.3%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี ออกงานวิจัยประมาณการเศรษฐกิจไทย 2017 หรือ พ.ศ. 2560 โดย อีไอซี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2560 ว่า จะต้องแบกรับความเสี่ยงภายนอกที่ต่อเนื่องจากปี 2559 โดยแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการใช้จ่ายในประเทศ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี ออกงานวิจัยประมาณการเศรษฐกิจไทย 2017 หรือ พ.ศ. 2560 โดย อีไอซี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2560 ว่า จะต้องแบกรับความเสี่ยงภายนอกที่ต่อเนื่องจากปี 2559 โดยแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพาการใช้จ่ายในประเทศ
ขณะที่ปัญหาที่ยืดเยื้อจากปีก่อนหน้าจะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ตั้งแต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบางอยู่ ปัญหาในภาคการเงินของทั้งกลุ่มประเทศยุโรปและประเทศจีน ตลอดจนกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่างประเทศ และนโยบายเศรษฐกิจทั้งในยุโรปและสหรัฐ รวมถึงแรงกดดันในภาคการท่องเที่ยวจากการเติบโตที่ช้าลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหลังมีมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยจะได้ปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายจากภาคครัวเรือนในประเทศที่มีโอกาสเติบโตจากการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อรายได้ของกลุ่มผู้ส่งออกและครัวเรือนภาคเกษตรในหลายกลุ่มสินค้า อีกทั้งครัวเรือนไทยบางส่วนยังมีภาระรายจ่ายที่ลดลงจากการผ่อนชำระค่าซื้อรถยนต์จากโครงการรถยนต์คันแรกที่หมดลง และจากภาระภาษีเงินได้ที่ลดลงตามการปรับเพิ่มค่าลดหย่อน
ขณะที่การใช้จ่ายจากภาครัฐก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยคาดว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวในปี 2017 จะมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากมูลค่าการลงทุนในปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากภาครัฐที่มีแนวโน้มในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทางอีไอซีคาดว่าการใช้จ่ายในประเทศจากภาคครัวเรือนและการขยายการลงทุนของภาครัฐจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (จีดีพี) ในปี 2017 สามารถขยายตัวได้ที่ 3.3%
ตลาดการเงินโลกในปี 2017
สำหรับภาคตลาดการเงินของโลกในปีนี้ จะยังคงผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินในประเทศสำคัญ ซึ่งความแตกต่างของแนวทางการดำเนินนโยบายจะมีความชัดเจนมากขึ้นด้วยแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องตามสภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ โดยอีไอซีคาดว่า เฟดจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีนี้
ขณะที่กลุ่มประเทศสำคัญอื่นๆ อย่างสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และจีน ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจภายในยังไม่สามารถดำเนินนโยบายการเงินให้สอดคล้องไปกับแนวทางที่ตึงตัวมากขึ้นของสหรัฐได้ ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ และก่อให้เกิดความผันผวนสูงในตลาดการเงินเป็นระยะ
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวนี้กระแสเงินทุนยังมีโอกาสไหลออกเพิ่มเติมจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ รวมทั้งไทยเพิ่มเติม ซึ่งมีผลทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี อีไอซีคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มคงอยู่ที่ 1.5% ตลอดปี 2017 โดยเงินบาทมีโอกาสที่จะอ่อนค่าต่อเนื่องจากปีก่อนมาอยู่ที่ระดับ 37 ต่อเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี
ทิศทางราคาน้ำมัน
อีไอซีมีมุมมองด้านราคาน้ำมันดิบในไตรมาสแรก ปี 2017 ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากตลาดน้ำมันยังมีอุปทานส่วนเกินอยู่ แม้ว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) จะสามารถตกลงกันได้เรื่องโควตาการผลิตน้ำมัน
แต่อีไอซี มองว่า การลดปริมาณการผลิตน้ำมันของโอเปกจะไม่ทำให้อุปทานน้ำมันโลกชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโอเปกรวมถึงรัสเซียมี ประวัติการผลิตน้ำมันเกินโควตาและไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้ในท้ายที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากโอเปกสามารถลดปริมาณการผลิตได้จริง จนทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น ผู้ผลิตเชลออยล์ในสหรัฐ ซึ่งมีจุดคุ้มทุนเฉลี่ยของราคาน้ำมันที่ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็จะกลับมาขุดเจาะอีกครั้ง ทำให้อุปทานน้ำมันสูงขึ้น ส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันค่อนข้างจำกัด
In focus : มองเศรษฐกิจไทยในยุคทรัมป์นำโลก
ชัยชนะที่เหนือความคาดหมายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางกระแส Anti-Establishment ทั่วโลก ได้เปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจของสหรัฐและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกจากความเป็นไปได้ในการใช้นโยบายสุดโต่งตั้งแต่การทำสงครามการค้ากับจีน หรือการขับไล่แรงงานผิดกฎหมายในสหรัฐกลับประเทศ
สำหรับมุมมองผลกระทบที่จะมีต่อประเทศ แม้ว่านโยบายเหล่านี้จะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบในทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งจากความผันผวนของตลาดการเงินจากความไม่แน่นอนของนโยบายและการชะลอของการค้าโลกในกรณีที่สหรัฐใช้นโยบายกีดกันทางการค้าอีกด้วย


