
สาวเหยื่อปาเจโรชนแล้วหนีเสียค่ารักษานับแสน วอนคู่กรณีรับผิดชอบ
เพื่อนเผยบัณฑิตสาวเหยื่อปาเจโรชนแล้วหนีบาดเจ็บสาหัส กระดูกต้นคอหักต้องรักษาตัวไม่ต่ำกว่า 1 ปี เสียค่ารักษาไปแล้วกว่าแสนบาท วอนคู่กรณีรับผิดชอบ
เพื่อนเผยบัณฑิตสาวเหยื่อปาเจโรชนแล้วหนีบาดเจ็บสาหัส กระดูกต้นคอหักต้องรักษาตัวไม่ต่ำกว่า 1 ปี เสียค่ารักษาไปแล้วกว่าแสนบาท วอนคู่กรณีรับผิดชอบ
รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สีขาว เบียดรถกระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ จนพลิกคว่ำข้ามเลนไปชนกับรถยนต์เก๋งที่วิ่งมา บริเวณถนนราชสีมา-ปักธงชัย ฝั่งขาออก บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านไชยมงคล ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยหลังเกิดเหตุชายคนขับรถยนต์ปาเจโร และหญิงที่นั่งมาได้เดินลงไปดูเหตุการณ์เป็นเวลานานกว่า 2 นาที ก่อนที่จะขึ้นรถและขับหลบหนีไป ซึ่งขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดบนถนนสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ และทางญาติของผู้บาดเจ็บได้นำคลิปภาพไปโพสต์เพื่อให้โลกออนไลน์ช่วยติดตามคนขับรถปาเจโรมาดำเนินคดี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.สาลิณี ศิริมงคล อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าแคมรี่ ซึ่งขับอยู่เลนฝั่งตรงข้าม และถูกรถกระบะอีซูซุที่ถูกรถปาเจโรเบียดจนเสียหลักพุ่งข้ามเลนมาชนว่า ในช่วงเย็นวันที่ 31 ธ.ค.นั้น ตนขับรถจากบ้านในจังหวัดสระแก้ว มากับเพื่อน 1 คน คือ น.ส.พรพิมล นามแสง อายุ 23 ปี เพื่อมุ่งหน้าไปเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ภายหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุ ตนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกหลายแห่งตามลำตัว ส่วน น.ส.พรพิมลที่นั่งมาด้วยกันได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งแพทย์พบว่ากระดูกต้นคอหักและไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากเป็นจุดศูนย์รวมเส้นประสาท หากผ่าตัดอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นตอนนี้จึงต้องดามและเข้าเฝือกคอไปก่อน โดยขณะนี้เสียค่ารักษาไปแล้วกว่า 1 แสนบาท ซึ่งพี่สาวของ น.ส.พรพิมล เป็นผู้ออกสำรองให้ทั้งหมด ภายหลังจากที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลา 25 วัน ขณะนี้ น.ส.พรพิมล ได้ออกมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพักของพี่สาวที่กรุงเทพมหานคร
น.ส.สาลิณี กล่าวว่า น.ส.พรพิมล เพิ่งจบการศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ สาขาพืชไร่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนเกิดอุบัติเหตุอยู่ระหว่างฝึกงานและเตรียมที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุก่อนจึงเสียโอกาสไป ตอนนี้ก็ต้องกลายเป็นคนตกงาน ซึ่งแพทย์บอกว่าต้องดามกระดูกต้นคออยู่อย่างนี้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ระหว่างนี้ก็ต้องเข้าเอ็กซเรย์ต่อเนื่อง และต้องรักษาอาการอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งทำให้เสียโอกาสและค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่เป็นต้นเหตุ มาดูแลรับผิดชอบส่วนนี้ทั้งหมดด้วย







