posttoday
วิถีแห่งแชมป์

วิถีแห่งแชมป์

29 มกราคม 2560

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ 11 รอบชิงชนะเลิศที่ใช้ระบบเหย้า-เยือน

โดย...เชาวลิต บุณยภูษิต เครือข่ายพุทธิกา budnet.org

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ 11 รอบชิงชนะเลิศที่ใช้ระบบเหย้า-เยือน ในเดือน ธ.ค. 2559 ทีมชาติไทยไปแพ้ทีมชาติอินโดนีเซียนัดเยือน 2-1 ในวันที่ 14 ธ.ค. แต่มาเอาชนะได้ในนัดเหย้า 2-0 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. รวมผลทั้งสองนัดแล้วไทยชนะด้วยประตูเฉลี่ย 3-2 ได้ครองแชมป์แบบบีบหัวใจคนเชียร์

นอกจากจะรักษาบัลลังก์แชมป์รายการนี้ไว้ได้แล้ว ทีมชาติไทยยังได้รางวัลมารยาทยอดเยี่ยม นักฟุตบอลในทีมก็กวาดรางวัลอื่นๆ ไว้ในทีมชาติไทยทั้งหมด คือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ธีรศิลป์ แดงดา ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุด

ทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์ได้เป็นแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งสูงที่สุดของการแข่งขันรายการนี้ และได้เป็นแชมป์ติดต่อกัน 2 สมัยเป็นครั้งที่ 2 (ทีมชาติไทยได้ครองแชมป์ 2 สมัยติดต่อกันครั้งแรกเมื่อปี 2543 และ 2545)

สำหรับเกมการเล่นในนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 เนื่องจากทีมอินโดนีเซียที่มีข้อได้เปรียบจากนัดแรกที่เอาชนะได้ในบ้านตัวเองมาแล้ว การเล่นที่ประเทศไทยโค้ชอินโดนีเซียจึงวางเทคนิคการเล่นแบบป้องกันตนเอง ควบคุมแดนฝั่งตัวเอง เพื่อปิดกั้นไม่ให้ทีมไทยคู่แข่งทำประตูได้ (ถ้าทีมไทยทำประตูไม่ได้ ผลการแข่งขันเสมอ 0-0 ทีมอินโดนีเซียจะได้ครองแชมป์ทันที) แล้วค่อยหาจังหวะรุกเมื่อทีมชาติไทยพลาด ดังนั้นความกดดันจึงเทมาอยู่ที่ทีมชาติไทย เพราะจะรักษาแชมป์ได้ต้องชนะอย่างน้อย 1-0 หรือให้มีช่วงห่างมากกว่า 2 ประตู ในกรณีที่อินโดนีเซียทำประตูได้ด้วย

ครึ่งแรกทีมชาติไทยต้องใช้ความพยายามทำประตูครั้งแล้วครั้งเล่า และมีโอกาสได้ทำประตูหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ บรรยากาศการแข่งขันในครึ่งแรกเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ ทีมไทยค่อยคลายความกดดันลงได้ในนาทีที่ 37 เมื่อทำประตูแรกได้โดยสิโรจน์ ฉัตรทอง และในครึ่งหลังประตูที่ 2 ก็ตามมาโดยคนเดียวกัน

ในแวดวงกีฬาฟุตบอลเท่าที่สังเกตมา จะว่าไปแล้ว แนวความคิดนี้อาจจะใช้ได้ผลบ้างในบางครั้ง แต่ส่วนมากถ้าทีมใดถือว่าทีมตัวเองมีข้อได้เปรียบทำนองเดียวกันนี้อยู่แล้วใช้แผนการเล่นทำนองเดียวกันกับที่โค้ชอินโดนีเซียใช้นี้ ก็เหมือนกับตกอยู่ในความประมาท เสมือนหนึ่งเปิดประตูรอความพ่ายแพ้ให้เดินเข้ามาหา จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ตัวอย่างก็เช่น ทีมอินโดนีเซียพอถูกทีมชาติไทยนำ 2-0 ก็เปลี่ยนตัวเอากองหน้าลงมาเล่นถึง 3 คน เพื่อจะทำประตูคืนให้ได้ แต่ก็สายไปเสียแล้ว ไม่เป็นผลสำเร็จ

แต่หากจะให้ได้ผลดีและเล่นแบบไม่ประมาท ไม่ว่าตกอยู่ในสถานการณ์ใด หากจะคงอยู่ในเส้นทางเจริญและเส้นทางของผู้ชนะการแข่งขันแล้ว โค้ชควรศึกษาและปฏิบัติตามหลักความเพียร (ปธาน) ให้ครบทั้ง 4 ข้อ คือ

1.สังวรปธาน เพียรระวังหรือเพียรปิดกั้น คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น [ป้องกันไม่ให้คู่แข่งทำประตู] 2.ปหานปธาน เพียรละหรือเพียรกำจัด คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว [หาทางปิดช่องทางไม่ให้คู่แข่งทำประตู] 3.ภาวนาปธาน เพียรเจริญ หรือเพียรก่อให้เกิด คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมี [หาทางทำประตูคู่แข่งให้ได้] 4.อนุรักขนาปธาน เพียรรักษา คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่งขึ้นไปจนไพบูลย์ [รักษาประตูที่ทำได้ไว้และพยายามทำประตูเพิ่มให้ชนะขาดลอย] หากนักกีฬาผู้ใดหรือทีมใดไม่ตกอยู่ในความประมาทและแข่งขันด้วยท่าทีนี้ น่าจะมีแต่ความเจริญ และหาความเสื่อมได้ยาก สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายไว้ใน “พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม” ว่า ปธาน 4 นี้ เรียกอีกอย่างว่า “สัมมัปปธาน 4” คือความเพียรชอบ ความเพียรใหญ่

ในทางส่วนตัวนักกีฬาเอง สิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จของนักกีฬาเด่นๆ คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการฝึกซ้อมและการมีครู (โค้ช) ที่ดี แล้วปฏิบัติตามหลักแห่งความสำเร็จ 4 ข้อ คือ 1.ฝึกซ้อมด้วยใจรัก (ฉันทะ) 2.พากเพียรฝึกหัด เข้มแข็ง ไม่ท้อถอย (วิริยะ) 3.หมั่นตริตรองเอาใจใส่ (จิตตะ) และ 4.ใคร่ครวญหาข้อบกพร่อง หาวิธีแก้ไข (วิมังสา)

จะว่าไปแล้วหลักอิทธิบาท 4 นี้เราจะจำกันขึ้นใจ ส่วนภาคปฏิบัตินั้นยากกว่าการท่องจำโดยไม่ต้องสงสัย!

ภาพที่เราเห็นในสนามแข่งขันนักกีฬาประเภทต่างๆ ใช้เวลาในการแข่งขัน มีตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนใช้เวลานานนับชั่วโมง แต่เบื้องหลังภาพที่เราไม่เห็น คือการฝึกซ้อมทุกวันเป็นแรมปี กีฬาบางอย่างต้องฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ ตระเวนแข่งรายการต่างๆ เพื่อสั่งสมและเพิ่มพูนประสบการณ์ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

เมื่อจบรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้แล้ว สิ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอคือ เมื่อขึ้นยอดภูเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สำเร็จในปี 2557-2559 เวลาผ่านไปต้องลงจากภูยอดเดิม และเตรียมพร้อมเพื่อมุ่งพิชิตลูกต่อๆ ไป จะมัวติดอยู่กับความสำเร็จของอดีตข้างหลังไม่ได้เด็ดขาด เมื่อใดที่คิดติดอยู่กับความสำเร็จในอดีต ก็เท่ากับกำลังนอนรอความล้มเหลวในอนาคต การสร้างสรรค์ผลงานด้านต่างๆ ในชีวิตประจำวันของปัจเจกชนก็เป็นทำนองเดียวกันกับลักษณะดังกล่าวข้างต้น

ผ่านทางบทความนี้ ขอแสดงความชื่นชมย้อนหลังกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดนี้และทีมงาน ทีมชาติชุดนี้เล่นกันเป็นทีมและทุ่มเทกันเต็มร้อย เล่นท่ามกลางเสียงเชียร์ในบ้านของคู่แข่ง ทนกับความกดดันได้แม้คะแนนจะเสียเปรียบ 2-1 ก็ไม่ย่นระย่อไม่ท้อแท้ กลับมาสู้ในบ้านตัวเองจนสามารถครองความภาคภูมิใจไว้ให้คนไทยได้ชื่นชมกันอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท