
บัญญัติ 10 ประการ สร้าง ปชต. (1)
การอยู่ร่วมกันอย่างสันติคือ สิ่งสูงสุดของความเป็นมนุษย์...ความเป็นธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
โดย...ศ.นพ.ประเวศ วะสี
การอยู่ร่วมกันอย่างสันติคือ สิ่งสูงสุดของความเป็นมนุษย์...ความเป็นธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
คนไทยขัดแย้งและรุนแรงเรื่องประชาธิปไตยกันมานานพอสมควร เพราะมองกันคนละแง่มุมของประชาธิปไตย วิธีหนึ่งที่จะสร้างความมุ่งมั่นร่วมกันคือคิดถึงประชาธิปไตยที่บูรณาการแง่มุมของทุกฝ่ายเข้ามาด้วยกัน เป็นประชาธิปไตยอย่างบูรณาการที่เชื่อมโยง ประชาธิปไตย-ความสงบเรียบร้อย-การพัฒนาประเทศที่ได้ผล จะเอาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสองอย่างไม่ได้ เช่น
- จะมีแต่ประชาธิปไตยแต่ขาดความสงบเรียบร้อยก็ไม่ได้
- จะมีความสงบเรียบร้อยแต่ขาดประชาธิปไตยก็ไม่ได้
- จะมีประชาธิปไตย แต่ขาดการพัฒนาประเทศที่ได้ผลก็ไม่ได้
- จะเอาแต่การพัฒนาประเทศภายใต้เผด็จการมนุษย์ยุคสฤษดิ์ ก็ไม่ได้
- และประชาธิปไตยต้องมีครบทั้ง 3 ระดับ คือ ประชาธิปไตยชุมชน-ประชาธิปไตยท้องถิ่น-ประชาธิปไตยระดับชาติ
มักมีความเข้าใจผิดว่าการพัฒนาประชาธิปไตยต้องเอารัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้ง รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เมื่อออกมาแล้วก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญมีความขัดแย้งกันอยู่ ดังที่มีการล้มรัฐธรรมนูญกันอยู่เสมอๆ
การสร้างประชาธิปไตยต้องเอาความมุ่งมั่นร่วมกันเป็นตัวตั้ง...รัฐธรรมนูญบัญญัติความมุ่งมั่นร่วมกันไม่ได้ แต่ความมุ่งมั่นร่วมกันเกิดขึ้นได้นอกรัฐธรรมนูญ เกิดจากคนไทยมีสำนึกร่วมกันว่าเราแตกแยกรุนแรงจนบ้านเมืองวิกฤตมานานเกินไปแล้ว จนสูญเสียชีวิตเพื่อนคนไทย และสูญเสียโอกาสของการพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง บัดนี้ถึงเวลาที่คนไทยทุกภาคส่วนต้องมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างประชาธิปไตยอย่างบูรณาการที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องและร่วมสร้าง ซึ่งมีหลักการหรือบัญญัติ 10 ประการ ในการสร้างประชาธิปไตยอย่างบูรณาการ ดังต่อไปนี้
1.มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสร้างประชาธิปไตยอย่างบูรณาการ ถ้าเห็นด้วยกับบัญญัติ 10 ประการนี้ ต้องช่วยกันเผยแพร่ โดยเฉพาะองค์กรสื่อต่างๆ จนกระทั่งเป็นเจตนารมณ์ร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ
2.ประชาธิปไตยที่ต้องการคือประชาธิปไตยแบบบูรณาการ ที่เชื่อมโยงครบทุกด้านที่สังคมทุกฝ่ายต้องการ เช่น ประชาธิปไตยทั้ง 3 ระดับ คือ ประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยท้องถิ่น-ประชาธิปไตยระดับชาติ มีความสงบเรียบร้อยด้วย มีการพัฒนาประเทศอย่างได้ผลด้วยหรือจะเติมว่ามีธรรมาธิปไตยด้วยก็ได้
3.พรรคการเมืองพัฒนาไปสู่ความเป็นสถาบัน ความเป็นสถาบันของพรรคการเมืองมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประชาธิปไตย พรรคการเมืองต้องเป็นเครื่องมือของประชาชนในการดำเนินกิจการทางการเมือง ไม่ใช่เป็นของผู้ใดผู้หนึ่งเพื่อดำเนินการทางธุรกิจการเมืองพรรคการเมืองต้องแสวงหาผู้มีความรู้ความสามารถและความดีเข้ามาเป็นสมาชิกของพรรค และพรรคสามารถพัฒนาความสามารถที่จะสังเคราะห์นโยบายและบริหารจัดการนโยบาย
อีกทั้งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนและนำประชาชนไปในทิศทางที่ดีงาม ฝ่ายต่างๆ ในสังคมต้องส่งเสริมสนับสนุนให้พรรคการเมืองสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นสถาบัน เพราะพรรคการเมืองเป็นของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน
4.พลังพลเมืองที่กัมมันตะ พลังพลเมืองที่มีข้อมูลข่าวสารมีความรู้และกัมมันตะ (Active) เป็นพลังสำคัญที่สุดที่จะจรรโลงประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ภาควิชาการและภาคการสื่อสารต้องสนับสนุนภาคพลเมืองให้มีข้อมูลข่าวสารความรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตย ความเข้มแข็งของภาควิชาการ-ภาคการสื่อสาร-ภาคพลเมือง ที่เชื่อมโยงกันจะเป็นไตรพละที่พัฒนาประชาธิปไตยอย่างบูรณาการและยั่งยืน
5.กระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นปกครองตนเองมากที่สุด ปัญหาของประเทศไทยเกือบทั้งหมดเกิดจากการรวมศูนย์อำนาจการปกครองไว้ที่ส่วนกลางมากเกินและนานเกิน เช่น ทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ ปัญหาต่างๆ พุ่งเข้าส่วนกลาง ซึ่งก็แก้ไม่ไหวและแก้ไม่ถูกเพราะอยู่ห่างไกล
ถ้าชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งก็จะจัดการปัญหาและพัฒนาเรื่องต่างๆ ไปได้ 80-90% ระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจอ่อนแอทางปัญญา คอร์รัปชั่นกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่แก้ไม่ได้ เพราะอำนาจมากที่ไหนคอร์รัปชั่นชุกชุมและรุนแรงที่นั่น
อำนาจรวมศูนย์ทำให้เกิดการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรง เพราะใครชนะกินรวบหมดทั้งประเทศและทำให้เกิดรัฐประหารได้ง่าย ประเทศที่กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ไม่เกิดรัฐประหาร เพราะไม่รู้จะยึดตรงไหน และคอร์รัปชั่นมีน้อย เพราะประชาชนเข้ามีส่วนร่วมและควบคุมการบริหารโดยใกล้ชิด







