posttoday

ตรุษจีนของเฉียนหลง กับเสียงออร์เคสตราธรรมชาติ

29 มกราคม 2560

ว่ากันว่า ในวันตรุษจีนเมื่อฮ่องเต้เฉียนหลงทรงเสร็จจากพิธีไหว้ตรุษจีนช่วงเช้ามืดเรียบร้อย ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่ตำหนักว่าราชการ

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

ว่ากันว่า ในวันตรุษจีนเมื่อฮ่องเต้เฉียนหลงทรงเสร็จจากพิธีไหว้ตรุษจีนช่วงเช้ามืดเรียบร้อย ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่ตำหนักว่าราชการ “ไท่เหอเตี้ยน” จิ้งหรีดนับหมื่นตัวจะพร้อมใจกันส่งเสียงดังระงมขึ้นทั้งตำหนัก

จิ้งหรีดไม่ได้มารวมตัวกันเองตามธรรมชาติ แต่ถูกจัดฉากโดยใส่ไว้ในกระปุกน้ำเต้าสำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดนับพันกระปุก ทั้งหมดถูกวางไว้สองฝั่งผนังข้างบัลลังก์โดยเหล่าขันที

พิธีกรรมนี้เรียกชื่อเก๋ๆ ว่า “หมื่นแคว้นมาเข้าเฝ้า” (&<9975;&>2269;&>6469;&>6397;)

ที่เรียกว่า “หมื่นแคว้นมาเข้าเฝ้า” ก็เพราะชื่อเรียกจิ้งหรีดเขียว ภาษาจีนเรียกว่า “กัวกัว” คำว่า “กัว” พ้องเสียงกับคำว่า “กั๋ว” แปลว่า แคว้น (คำเดียวกับ ก๊ก ซึ่งเป็นภาษาแต้จิ๋ว, ฮกเกี้ยน สำเนียงไทย)

จิ้งหรีดพร้อมเพรียงส่งเสียงจึงถูกเปรียบเปรยสวยหรูว่า แว่นแคว้นนับหมื่นมาเข้าเฝ้าต้อนรับฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ในวันแรกของปี ฮ่องเต้เฉียนหลง ซึ่งได้ชื่อว่ามีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงจึงปีติยินดีกับพิธีกรรมนี้ยิ่งนัก

ว่าแต่ว่า อะไรทำให้จู่ๆ จิ้งหรีดนับหมื่นตัวส่งเสียงขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันได้? ก่อนจะตอบคำถามนี้ ขอย้อนไปที่ความนิยมในการเลี้ยงจิ้งหรีดของชาวจีนก่อน

ชาวจีนสมัยก่อนมักเลี้ยงจิ้งหรีดไว้ในกล่องไม้หรือกระปุกน้ำเต้า บ้างเอาไว้กัดเล่นพนันกัน หรือไม่ก็ไว้แหย่ให้ส่งเสียงเพลินๆ ไม่ใช่แค่เด็กที่ชอบเลี้ยง ผู้ใหญ่ก็เลี้ยงจิ้งหรีดไว้อย่างจริงจังไม่น้อย จิ้งหรีดจึงเป็นหนึ่งในรายการสัตว์เลี้ยง และก็เป็นสัตว์เลี้ยงกะทัดรัดที่พกติดตัวได้ง่ายทีเดียว

ทุกคนในยุคนี้คงคุ้นเคยกับเสียงจิ้งหรีด มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป ไม่ใช่แค่ต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่ต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาลได้ด้วย

สำหรับจิ้งหรีดเขียว “กัวกัว” เป็นจิ้งหรีดฤดูร้อน ที่เรียกพ่วงคำว่า “ฤดูร้อน” ก็เพราะพวกมัน จะส่งเสียงเฉพาะในช่วงฤดูร้อน หรืออย่างมากก็ในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

จิ้งหรีดไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงนิดเดียว มันจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทันที จิ้งหรีดเขียวในธรรมชาติจะหยุดส่งเสียงในฤดูหนาว และส่วนใหญ่จะตายลง แต่สำหรับจิ้งหรีดที่คนเลี้ยงอย่างดีจะมีโอกาสผ่านพ้นหน้าหนาวได้ แต่ถ้าผู้เลี้ยงจะให้มันส่งเสียงในหน้าหนาวก็ต้องมีกรรมวิธีเพิ่มเติม

จิ้งหรีดเขียวที่ส่งเสียงต้อนรับฮ่องเต้เฉียนหลงในย่างก้าวแรกของวันตรุษจีน ก็เพราะขันทีใช้วิธีเป่าลมร้อนใส่ตัวจิ้งหรีด จิ้งหรีดซึ่งรู้ตัวว่าอุณหภูมิเปลี่ยนไป จึงเริ่มส่งเสียงขึ้น หลังจากนั้น จิ้งหรีดตัวอื่นๆ ก็จะส่งเสียงประสานตามกันขึ้นมา

นอกเหนือจากฮ่องเต้เฉียนหลงที่ชื่นชอบเสียงจิ้งหรีดทีละเป็นหมื่นตัว ชาวจีนไม่น้อยก็นิยมชมชอบเลี้ยงและฟังเสียงจิ้งหรีดเช่นกัน

หนึ่งในเหตุผล ก็คือ มันคือเสียงคลายเหงา

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าคนสมัยก่อนขี้เหงาหนักหนา แต่เป็นเพราะว่าสภาพแวดล้อมของมนุษย์ไม่ค่อยมีเสียงให้ได้ยินมากนัก จนกระทั่งเราเพิ่งเข้าสู่ยุคบันทึกเสียงได้ไม่นานมานี้

โลกยุคนี้เต็มไปด้วยเสียงที่มาจากการบันทึกมากมาย แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีวันไหนที่เราไม่ได้ยินเสียงจากการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากทีวี เสียงประกาศจากรถไฟฟ้า เสียงโทรศัพท์มือถือ หรือเสียงเปิดคอมพิวเตอร์ ล้วนเป็นเสียงที่ถูกบันทึกไว้ในอดีตแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ เสียงทั้งหมดที่คนได้ยิน ต้องเกิดขึ้นจากปัจจุบันขณะเท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่เสียงดนตรี ก็ต้องเล่นกันสดๆ คนที่จะสรรหาดนตรีมาบรรเลงให้ฟังได้ดังใจ นอกจากฮ่องเต้แล้ว ก็คงหาได้ไม่ง่ายนัก บุรุษ สตรีที่เล่นดนตรีได้จึงมีคุณค่าเพิ่มเติม (Value Added) ต่อชีวิตคนรอบข้างอย่างยิ่ง

นอกจากสินค้า อาหาร ที่มากล้นในยุคนี้ เรายัง มีเสียงให้ใช้อย่างฟุ่มเฟือยอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษย์อีกด้วย

และการนึกย้อนไปในอดีตที่เราสะสมเสียงด้วยการบันทึกไม่ได้ ความเงียบจึงมีปริมาณมากอย่างที่คนยุคปัจจุบันอย่างเราไม่นึกเอะใจ

เรียกได้ว่าจะนึกถึงความเงียบแบบนั้นออกก็มีแต่ต้องทำมือถือและแกดเจ็ตสารพัดหายกลางป่าเขาอย่างโดดเดี่ยวเท่านั้น

เมื่อไม่คุ้นกับความเงียบ จึงมองข้ามเสียงเล็กๆ ในธรรมชาติไป

แต่ธรรมชาติไม่ใจร้าย เพราะความเงียบในแต่ละฤดูกาลไม่ได้เงียบกริบ มีเสียงเล็กๆ ผสมผสานกันมากน้อยต่างกันไป ฤดูกาลใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงในเมืองหนาว ยังพอมีเสียงนก กบ แมลง หรือแม้แต่เสียงน้ำไหลใบไม้ไหวที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละฤดูคลอเคลียอยู่กับเรา

เมืองร้อนอย่างไทยอาจจะดีหน่อย เรามีฤดูฝนที่เสียงระงม และมีฤดูหนาวที่ไม่เงียบเหงาเกินไปนัก แต่สำหรับช่วงอากาศเย็นยะเยือกในเมืองหนาว สัตว์ต่างๆ พากันหยุดพักจำศีล น้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง จะเหลือก็แต่เสียงลมหวีดหวิว

จิ้งหรีดที่ผู้คนเลี้ยงไว้ จึงเป็นเพื่อนส่งเสียงแก้เหงาให้เราอย่างดี ค่ำคืนหน้าหนาวมีเสียงจิ้งหรีดไว้ฟัง จึงเป็นสิทธิพิเศษน้อยๆ ของคนตัวเล็กๆ ส่วนสิทธิพิเศษแบบฮ่องเต้ก็ต้องขยายเป็นวงออร์เคสตราจิ้งหรีดเขียวกันไป

แน่นอนไม่ใช่แค่ฤดูกาลเท่านั้นที่ขยันสับเปลี่ยนกันไป ยุคสมัยของมนุษย์ก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยเช่นกัน เราจึงมาสู่ยุคที่สามารถเก็บกักเสียงทุกอย่างไว้ได้โดยไม่ต้องง้อจิ้งหรีดน้อยอีกต่อไป ทุกวันนี้เรามีอุปกรณ์สารพัดที่สามารถเลือกฟังเสียงอะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ จนไม่มีใครหยุดคิดว่าครั้งหนึ่งคนเราเคยรู้สึกขาดแคลนเสียงในบางเวลา และในโลกธรรมชาติมีเสียงตามฤดูกาลที่แตกต่างอยู่

จนบางทีก็น่าลองถามดูว่า เราหยุดฟังเสียงตามฤดูกาลธรรมชาติครั้งล่าสุดเมื่อไร

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?