
มาบตาพุดฉลุย
74โปรเจกต์ฉลุยปตท.ติดบ่วง2ศาลปล่อยโครงการก่อนรัฐธรรมนูญ50นักลงทุนเฮศาลปล่อยเดินหน้า ชาวบ้านอุทธรณ์
74โปรเจกต์ฉลุยปตท.ติดบ่วง2ศาลปล่อยโครงการก่อนรัฐธรรมนูญ50นักลงทุนเฮศาลปล่อยเดินหน้า ชาวบ้านอุทธรณ์
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาฉบับประวัติศาสตร์ในคดีมาบตาพุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. โดยมีสาระสำคัญคือ รับรองสิทธิของชาวบ้านมาบตาพุด ว่า มีสิทธิในการฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และรัฐมนตรีอีก 5 กระทรวง ฯลฯ ซึ่งได้ออกใบอนุญาตให้แก่โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ โดยยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของบทบัญญัติมาตรา 67 วรรคสอง แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ ที่กลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้ออกไปนับแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นต้นมาทั้งหมด และสั่งให้โครงการหรือกิจกรรมเหล่านั้นต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 31 ส.ค. 2553
ผลของคำพิพากษาดังกล่าวทำให้ 68 โครงการจากทั้งหมด 76 โครงการที่เคยถูกศาลปกครองศาลสั่งให้ยุติกิจกรรมชั่วคราวดำเนินกิจการต่อได้มีเพียง 8 โครงการเท่านั้นที่เข้าข่ายเป็น 11 กิจการที่ต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามคำสั่งกระทรวงทรัพย์ฯ ดังกล่าว แต่ถึงที่สุดแล้วก็มีเพียง 2 โครงการที่ต้องทำตามที่ศาลสั่ง เพราะ 6 โครงการที่เหลือได้ก่อสร้างและดำเนินการไปก่อนที่รัฐธรรมนูญ 2550 จะประกาศใช้
นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น กล่าวว่า โครงการทั้งสองคือ โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอน (ส่วนขยาย) ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอน ในเครือ ปตท.เคมิคอล และโครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ของบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ซึ่งต้องทำตามขั้นตอนต่อไป
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า คำพิพากษานี้จะทำให้นักลงทุนเกิดความชัดเจนต่อนโยบายการลงทุน ซึ่งจะทำให้การลงทุนของไทยเดินต่อไปได้ จึงมั่นใจว่ายอดขอรับบีโอไอปีนี้จะถึงเป้าคือ 5 แสนล้านบาท
ด้านนายสุทธิ อัชฌาสัย หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์ หรือไม่ก็อาจจะยื่นฟ้องใหม่ เพราะเห็นว่าจำนวนกิจการที่การต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นควรเป็น 18 ประเภทกิจการ ไม่ใช่ 11 ประเภทกิจการ







