
ปรองดอง อย่าผิวเผิน ต้องลึกซึ้งถึงราก
เส้นทาง “ปรองดอง” รอบใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
เส้นทาง “ปรองดอง” รอบใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ส่อเค้าสะดุดตั้งแต่ยังไม่ทันออกตัวเมื่อมีการหยิบยกเรื่องการเรียกทุกฝ่ายมาร่วมกันเซ็นเอ็มโอยูสร้างความปรองดอง
สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงเรื่องนี้ว่า เห็นด้วยกับการสร้างความปรองดอง แต่จะต้องไม่ทำแบบผิวเผิน ไม่ใช่เรื่องที่จะมากำหนดว่าต้องทำ 3 เดือน 5 เดือน หรือเอาผู้นำแต่ละฝั่งมาเซ็นชื่อกันแล้วจะเสร็จ
“ถ้าทะเลาะกันสองคนไม่มีคนข้างหลังที่ร่วมเดินไปกับคุณมันก็ไม่เป็นไร เอาคนที่ทะเลาะกันมาชกกันสองคนก็ได้ ทำผิดกฎหมายก็จับทั้งคู่ แต่ที่สำคัญคือจะทำยังไงกับคนที่เดินตามหลัง เราต้องยอมรับความจริง ว่ามีแนวคิดที่แตกต่างจริง เราจะให้คน 60-70 ล้านคน คิดเหมือนกันไม่ได้ แต่คิดต่างต้องอยู่ด้วยกันได้ภายใต้กฎหมาย เราจะต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
“แต่คุณไม่เอาสถาบัน ผมเอาสถาบัน มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาปรองดองกันได้ มันเป็นเรื่องรัฐบาลต้องทำแผนให้คนไทยทุกคน เด็กเล็ก ถึงคนแก่ ต้องเข้าใจว่าไทยเป็นราชอาณาจักรมีประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือเป็นความมั่นคงของประเทศ ต้องเดินแนวนี้ไม่มีทางไปแนวอื่น คนไม่เห็นด้วยอาจต้องรอก่อน โลกอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกร้อยปีพันปี คุณเกิดใหม่สองสามรอบอาจทัน” สุเทพ กล่าว
สุเทพ อธิบายเพิ่มว่า กรณีทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น อย่ามาพูดเอาเท่นักการเมืองหลายคนที่บอกต้องแก้ไขนั้น ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง ประเทศอื่นเขาก็วิจารณ์ไม่ได้ ไม่ได้เปิดเสรี คนไปตะโกนด่า โอบามา ก็ถูกดำเนินคดี เรื่องเหล่านี้ไม่ต้องมาคุย
รากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งมาจากเรื่องความเหลื่อมล้ำที่ต้องแก้ไข อย่าเอาไปซุกใต้พรม สมัยก่อนคอมมิวนิสต์ก็ใช้วิธีปลุกปั่นเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นกรรมาชีพกับนายทุน ปัญหายังคงอยู่ จนต่อมามีการพูดเรื่องเดิมมีการประดิษฐ์วาทกรรมเรื่อง อำมาตย์ กับไพร่ การสร้างความปรองดองจึงต้องแก้ความเหลื่อมล้ำ นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ
“เรื่องปรองดองกับปฏิรูปเป็นเรื่องที่ต้องเดินไปด้วยกัน คุณจะจับตรงไหนก่อนก็ได้ หากคุณจับเรื่องปรองดองก่อน ก็คือเป้าหมายแล้วดูว่าต้องแก้ตรงไหนบ้าง นี่คือกระบวนการที่จะไปปฏิรูป หรือถ้าจะเริ่มที่ปฏิรูปก็จะเกี่ยวพันมาถึงการสร้างความสมานฉันท์ ถ้ามองอย่างนี้ก็คุยกันได้ แต่ถ้าคิดว่าปรองดองเพื่อให้คดีของนายสุเทพที่อยู่ในศาลทั้งหมดต้องยุติอย่างนี้มันก็ไม่จบ
“เรื่องที่แล้วใครทำกรรมอะไรไว้ก็ว่ากันไป สู้คดีกันไป ไม่มีการกลั่นแกล้ง ผมก็ทำใจไว้แล้วก่อนพาประชาชนออกมาเดินถนน รู้ว่าอาจถูกยิง อาจถูกดำเนินคดี แต่สิ่งที่จะแก้ปัญหาสร้างความปรองดองคือการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประชาชนอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ลูกหลานมีโอกาส ถ้าทำอย่างนี้ได้ ต่อไปคนที่จะออกมานำแล้วมีคนเดินตามหลังออกมาทะเลาะกันก็จะหมดไปหรือมีน้อยลง” สุเทพ กล่าว
ส่วนเรื่องกองเชียร์ที่ถือข้างแต่ละฝั่งซึ่งอาจจะไม่ยอมรับในแนวทางการปรองดองที่จะทำ ก็เป็นเรื่องของคนกลางที่จะต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจ รวมทั้งรัฐบาลที่จะต้องการันตีเรื่องความยุติธรรม ซึ่งจะไม่มีการเข้าไปแทรกแซงในทุกกระบวนการ
สุเทพ ย้ำว่า เรื่องปรองดองต้องทำอย่างลึกซึ้ง ปลูกฝัง สำนึกความรับผิดชอบ หน้าที่ต่อชาติบ้านเมือง ต้องมีคุณธรรมค่านิยมถูกต้อง ต้องมีสำนึกเคารพกฎหมาย และต้องมีหลักประกันเรื่องการตรากฎหมาย ต้องเป็นธรรม สส.ที่จะเข้าไปเขียนกฎหมายต้องผ่านการคัดกรอง ไม่มีการโกง ซื้อเสียง สกัดพวกที่จะไปออกกฎหมายให้นาย หรือพวกพ้องได้ประโยชน์
สำหรับองค์ประกอบของคณะทำงานด้านการปฏิรูปและปรองดองนั้น ที่ผ่านมาเราเคยมีคณะกรรมการชุดนั้นชุดนี้ใช้เงินไปเยอะ แต่ทำแล้วไม่ได้ผล ปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเป็นเจ้าภาพ และไปหาคนอื่นมาร่วมด้วย แต่อย่าไปเอานักการเมืองทั้งอดีตหรือปัจจุบันไปนั่งเป็นกรรมการ โดยสามารถให้ไปแสดงความเห็นได้ แต่ต้องฟังหูไว้หู
อย่างไรก็ตาม ถ้าให้นักการเมืองไปเป็นกรรมการปรองดองด้วยจะสร้างความยุ่งยาก เพราะหนีไม่พ้นความผูกพัน ผลประโยน์ตัวเอง ของพรรค ของผู้สนับสนุน แต่หากให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำคนเดียวก็อันตราย หรือเอาพวกสอพลอทหารมาอย่างเดียวก็อันตราย ต้องไปเอาคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มีอคติ อาจารย์มหาวิทยาลัยดีๆ ผู้พิพากษา ข้าราชการดีๆ
ส่วนเมื่อทำอย่างนี้แล้วหากแกนนำยังไม่ยอมรับ กองเชียร์ที่เชียร์อยู่ข้างหลังเขาก็จะเลิกเดินตามคุณเอง เขาจะรู้ว่าผู้นำที่เคยเดินตามแย่ถึงอย่างนี้เลยหรือ ตรงนี้อย่าไปกลัว แต่หากจะหวังว่าให้คู่ขัดแย้งที่ขัดแย้งกันจริงๆ มาจับมือปรองดองกันมันไม่ง่าย อาจดูเป็นเรื่องเพ้อฝันมากไป มันไม่ใช่นิยายขนาดนั้น ขอแค่อย่าให้มาก่อเหตุในบ้านเมืองสร้างความเสียหายก็พอ
สำหรับเวลาที่เหลืออยู่ไม่มากกับการทำปรองดองนั้น สุเทพ มองว่า ไม่จำเป็นต้องรีบเพราะอำนาจรัฐบาลที่มีอยู่อย่างน้อยตามโรดแมปก็ปีครึ่ง ซึ่งไม่รู้จะมีกระตุกตรงไหนอีก เพราะหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ก็มีกำหนดเวลาจัดทำกฎหมายลูก กำหนดเวลาเลือกตั้ง ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ 20 ปีนั้นลงมือทำได้เลย ไม่ต้องไปหวังรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้ง
“ใครจะไปรู้เลือกตั้งเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะเป็นรัฐบาลต่อก็ได้ ก็ทำต่อไป หรือใครมาก็ทำต่อเพราะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ นาย ก. นาย ข. เป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องทำต่อ ดังนั้นเรื่องปรองดองเรื่องปฏิรูปอย่าไปบอกว่าต้องสำเร็จ 3 เดือน 6 เดือน บางเรื่องทำได้เลย บางเรื่องต้องทำไปเรื่อยๆ
“วันนี้มาชวนผมปรองดอง แต่บอกว่าปรองดองแล้วต้องนิรโทษกรรมให้คนฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือพวกเผาศาลากลาง งั้นผมก็บอกกลับบ้าน ไม่ต้องมาถาม ที่สู้มาเพื่ออย่างนั้น ถามว่าทำไมไม่ลืมเรื่องที่ผ่านมา ผมบอกลืมได้แต่ต้องทำตามกระบวนการยุติธรรม สมมติต่อไปศาลพิพากษา จำคุกนายสุเทพ 5 ปีก็เดินคอตกเข้าคุก วันข้างหน้ารับโทษออกมาก็ไม่ต้องมีการอาฆาต
“ที่สำคัญต้องเคารพกฎหมาย ถ้าบังคับใช้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์แทบไม่ต้องจับใครมาเซ็นสัญญา แต่เรื่องปรองดอง เราพูดชัดว่าเราให้กำลังใจ เราเห็นด้วยว่าทำเถอะแต่ทำให้ลึกซึ้งถึงราก อย่าผิวเผิน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชาติระยะยาว” สุเทพ กล่าวทิ้งท้าย







