posttoday
นายกฯสั่งอุดช่องทุจริต

นายกฯสั่งอุดช่องทุจริต

29 มกราคม 2560

หลังดัชนีคอร์รัปชั่นฉุดประเทศไทยตกอันดับจากปีก่อน

หลังดัชนีคอร์รัปชั่นฉุดประเทศไทยตกอันดับจากปีก่อน

โพสต์ทูเดย์ - นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยอุดรูรั่วแก้ปัญหาทุจริต หลังดัชนีคอร์รัปชั่นของไทยตกอันดับจากปีก่อน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานหาแนวทางอุดรูรั่วการทุจริตคอร์รัปชั่น หลังจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ประกาศค่าดัชนีคอร์รัปชันประจำปี 2559 โดยประเทศไทยตกมาอยู่ในอันดับ 101 จากเดิมในปี 2558 อยู่ที่ลำดับ 76

“ท่านนายกฯ ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และไม่หนักใจที่ผลออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะแม้ดูเหมือนว่าอันดับจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เมื่อพิจารณาคะแนนดิบจะพบว่า ไทยมี 35 คะแนน ลดลงจากปีที่แล้วที่ได้ 38 เพียง 3 คะแนน ประกอบกับจำนวนประเทศที่ถูกนำมาพิจารณามีมากขึ้นถึง 176 ประเทศ จากเดิมมีเพียง 168 ประเทศ และหลายประเทศมีคะแนนเท่ากัน ทำให้อันดับของไทยขยับลง นอกจากนี้ การคิดคะแนนได้นำข้อมูลมาจากแหล่งต่างๆ ถึง 13 แห่ง แต่เกี่ยวข้องกับไทยเพียง 7-8 แห่ง นอกนั้นไม่เกี่ยวข้อง แต่นำมาสรุปด้วย เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งแอฟริกา เป็นต้น” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีไม่ละเลยที่จะพิจารณาถึงจุดอ่อน เช่น ภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่รัฐในสายตาของนักธุรกิจเกี่ยวกับการจ่ายสินบนนำเข้า ส่งออก และการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีคะแนนลดลง โดยได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานว่า จะต้องไปดูว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาให้ได้อย่างเด็ดขาด รวมทั้งเน้นการสร้างความเข้าใจกับนักธุรกิจถึงมาตรการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่า 2 ปีกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับปัญหาทุจริต โดยสถานการณ์คอร์รัปชั่นเมื่อสิ้นสุดปี 2559 ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้สำรวจพบว่า ดีขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 ปี

ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องปรองดองในทัศนคติของประชาชน จากกลุ่มตัวอย่าง 1,380 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 23-27 ม.ค. พบว่า 81.30% เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นแกนนำสร้างความปรองดอง รองลงมา 76.52% เห็นว่าเป็น ข้าราชการ 71.74% เห็นว่า เป็นผู้นำท้องถิ่น 68.70% เห็นว่า เป็นรัฐบาล และ 65.22% เห็นว่าเป็น นักการเมือง

ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 83.26% มองว่า ผลดีถ้าปรองดองสำเร็จคือบ้านเมืองสงบ 77.83% เห็นว่า ภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้น 69.57% เห็นว่า บ้านเมืองมั่นคงมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันผลเสียถ้าปรองดองไม่สำเร็จ 86.30% เชื่อว่า จะยังคงมีการทะเลาะแบ่งฝ่ายกันอีก 84.78% เห็นว่า เศรษฐกิจจะย่ำแย่ การค้าการลงทุนชะงัก 80.0% เห็นว่าประเทศไม่พัฒนา และ 75.65% เห็นว่า เกิดการทุจริต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท