
ต้องกล้าดำเนินการ
มหากาพย์การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2545
มหากาพย์การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2545 เพราะเกิดความไม่โปร่งใสในกระบวนการประมูล ที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท ผ่านมา 15 ปี กระบวนการทุจริต ไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวียังคงอยู่ และอาจทำให้ต้องล้มโครงการอีกครั้ง
ล่าสุดเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุด ทำหนังสือตอบกลับ ขสมก.ให้ชะลอการรับรถจำนวน 489 คัน มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทออกไปก่อน เพื่อรอผลการตรวจสอบของกรมศุลกากรกรณีแหล่งกำเนิดของรถเมล์เอ็นจีวีล็อตนี้เสียก่อน เพราะมีข้อสงสัยว่าตั้งใจแจ้งที่มาเป็นเท็จเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษีนำเข้า ซึ่งถึงแม้จะมีรถบางส่วนที่ทยอยออกไปส่งมอบเนื่องจากยอมเสียค่าปรับให้กับกรมศุลกากร แต่ก็ไม่ทำให้กระบวนการตรวจสอบการทุจริตครั้งนี้ต้องหยุดไป เพราะกรมศุลกากรยังเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่อง
กรณีการซื้อรถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คันล็อตนี้ มีปัญหามาตั้งแต่ขั้นตอนการประมูล ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน คู่แข่งได้ยื่นคำร้องให้บอร์ด ขสมก.ตรวจสอบบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ผู้ประมูลรถเมล์เอ็นจีวีได้ เพราะเห็นว่า ขาดคุณสมบัติเรื่องเกี่ยวกับบัญชีรายรับรายจ่าย แต่ ขสมก.ยืนยันการตรวจสอบแล้วไม่ขาดคุณสมบัติ จึงให้เข้าร่วมประมูลได้ และเป็นบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ที่เป็นผู้ประมูลรถเมล์เอ็นจีวีล็อตนี้ไป และมีกำหนดทยอยส่งมอบรถภายในเดือน ก.พ.นี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากการประมูลไม่นาน บริษัทได้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีเข้ามาเพื่อส่งมอบให้กับ ขสมก. แต่มาติดปัญหาที่กรมศุลกากร เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการแจ้งที่มาเป็นเท็จเพื่อหลบเลี่ยงภาษีนำเข้า จึงถูกกักไว้ที่ท่าเรือเพื่อตรวจสอบตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ แม้ภายหลังบริษัทจะยอมจ่ายภาษีและเริ่มทยอยนำรถออกมาส่งมอบให้ขสมก. แต่ล่าสุด สำนักงานอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือให้ ขสมก.ชะลอการรับรถเมล์ล็อตนี้เพื่อรอผลการตรวจสอบของกรมศุลกากรให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
แม้ที่ผ่านมา ทาง ขสมก.จะอ้างความจำเป็นในการรับรถเมล์เอ็นจีวีล็อตนี้ให้ทันเดือน ก.พ. เนื่องจากต้องการเปลี่ยนเพื่อทดแทนรถเมล์รุ่นเก่าที่ใช้มาหลายสิบปี แต่เมื่อรถเมล์ล็อตนี้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้สังคม ถึงกรณีความไม่โปร่งใส ขสมก.ควรปฏิเสธที่จะรับรถล็อตนี้ทั้งหมด และเปิดทางให้มีการตรวจสอบ เพราะยิ่งเดินหน้ารับรถต่อไป ไม่ว่าจะกี่คัน ก็จะไม่ทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่น หรือภูมิใจกับการได้มาของรถเมล์เอ็นจีวี และอาจจะไม่กล้าใช้หากมีปัญหาถึงแหล่งที่มาที่แน่นอนของรถดังกล่าว
ดังนั้น ขสมก.ในฐานะผู้รับมอบรถเมล์ล็อตดังกล่าว อยากให้พิจารณาให้รอบคอบในการรับรถเมล์ล็อตที่มีปัญหานี้ เพราะหากเดินทางต่อไป จะยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้ประชาชนมากขึ้น ในทางกลับกันควรร่วมมือกับกรมศุลกากรในการตรวจสอบที่มาของรถเมล์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านมาตรฐานการผลิต มีคุณภาพตามเงื่อนไขที่กำหนดจริงหรือไม่ เพื่อจะการันตีความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนต้องเผชิญกับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือคุณภาพ ทำให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินและบางกรณีถึงชีวิตของประชาชน
ยิ่งในขณะนี้ ปัญหาที่ซุกใต้พรมของสัมคมไทย โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่งของไทยเกี่ยวพันกับการติดสินบนบริษัทระดับโลกอย่างโรลส์-รอยซ์ ผุดออกมาให้เห็นหลายกรณีและเชื่อว่ายังมีกรณีดังกล่าวอีกมากมาย เพราะฉะนั้น ขสมก.ควรนำร่องทำเป็นตัวอย่าง ต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างโปร่งใส ให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลงานมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากการทุจริตทั้งหลายทั้งปวง ให้เป็นนิมิตใหม่ของหน่วยงานภาครัฐที่จะก้าวไปสู่กระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส สอดรับกับการพัฒนาองค์กร การให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างแท้จริง







