posttoday
ตลาดกลางสินค้า โอกาสใหม่ที่รัฐไม่ควรพลาด

ตลาดกลางสินค้า โอกาสใหม่ที่รัฐไม่ควรพลาด

27 มกราคม 2560

หลากหลายนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาตลอด 3 ปี คือการมุ่งผลักดันภาคใหญ่ เช่น การส่งออก วันนี้รัฐหันกลับสู่ภายใน ตลาดกลางสินค้าจังหวัด อาจเป็นโอกาสดีครั้งใหม่ที่จะทำให้เกิดสมดุลในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้และร่วมมือกับรัฐมากขึ้น หากขบวนการต่างๆ เดินไปอย่างเปิดเผยและร่วมมือกับท้องถิ่นอย่างจริงจัง รัฐบาลจะได้แก้มืออีกครั้ง โดยไม่ต้องแขวนตัวเองไว้กับปัจจัยภายนอกอย่างเดียวเช่นที่ผ่านมา

หลากหลายนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาตลอด 3 ปี คือการมุ่งผลักดันภาคใหญ่ เช่น การส่งออก วันนี้รัฐหันกลับสู่ภายใน ตลาดกลางสินค้าจังหวัด อาจเป็นโอกาสดีครั้งใหม่ที่จะทำให้เกิดสมดุลในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้และร่วมมือกับรัฐมากขึ้น หากขบวนการต่างๆ เดินไปอย่างเปิดเผยและร่วมมือกับท้องถิ่นอย่างจริงจัง รัฐบาลจะได้แก้มืออีกครั้ง โดยไม่ต้องแขวนตัวเองไว้กับปัจจัยภายนอกอย่างเดียวเช่นที่ผ่านมา

การจัดตั้งตลาดสินค้ากลางจังหวัดตามนโยบายรัฐ เป็นการสนับสนุนการค้าขายสินค้าให้กับคนท้องถิ่น และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งแผนจัดตั้งแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ ตลาดกลางทั่วไป ตลาดกลางสินค้าเฉพาะอย่างที่เป็นสินค้าเอกลักษณ์ของจังหวัดหรือท้องถิ่นนั้นๆ และตลาดกลางชุมชนประชารัฐ และทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับด้านการท่องเที่ยว โดยดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน

เราสามารถเห็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการพัฒนารูปแบบดังกล่าวแล้วได้จากการค้าปลีกสมัยใหม่ หรือที่เรียกกันว่าของขึ้นห้าง ซึ่งผ่านกระบวนการทางการตลาดในการปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย การออกแบบที่น่าดึงดูดใจจากรูปลักษณ์ภายนอก การวิจัยคิดค้นพัฒนามาตรฐานการผลิต รสชาติดี ความสะอาดถูกสุขอนามัย เพื่อเป็นที่ยอมรับตามหลักสากล นับว่าไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใดสำหรับผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดโลกที่สินค้าไทยไปต่างแดนมามากแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเกิดจากการที่ผู้ประกอบการปรับตัวเองให้แข่งขันต่อตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาตามยุคสมัย แต่ยังมีผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อยอีกมากที่สายป่านไม่ยาวพอ โอกาสที่ไม่เอื้ออำนวยด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ยังต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของตนเองเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภค

ดังนั้น นโยบายรัฐต้องมุ่งพัฒนาที่ตัวผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ให้เกิดมาตรฐานใหม่ สร้างความแตกต่าง ส่งเสริมในการพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมใหม่ มีการแตกไลน์สินค้าให้หลายรูปแบบ การแปรรูปจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ออกมาหลากหลายผลิตภัณฑ์ยิ่งขึ้น ส่วนร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือโชห่วย ซึ่งเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญ นโยบายรัฐต้องส่งเสริมพัฒนาร้านค้าโชห่วยที่มีอยู่จำนวนมากมายกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ให้เป็นร้านค้าตัวอย่าง ร้านค้าดีเด่นของท้องถิ่นนั้นๆ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันระหว่างร้านค้าด้วยกันเองในการที่จะพัฒนา เพื่อให้เป็นร้านค้าที่รัฐให้การสนับสนุนในด้านองค์ความรู้ต่างๆ แต่ให้ชุมชนเลือกทางเอง เลือกเอกลักษณ์เอง

ในด้านดีที่จะมีการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าจังหวัดนั้นจะเป็นประโยชน์ในการเปิดตลาดใหม่ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายต่อผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เกษตรกรรายย่อย ให้มีโอกาสในการแข่งขันทางการค้ายิ่งขึ้น จากเดิมที่ตามท้องถิ่นนั้นๆ ไม่ว่าระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จนถึงระดับจังหวัดจะมีกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่เป็นคนท้องถิ่นรายใหญ่ นายทุนท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของตลาด และมีการผูกขาดในด้านการจัดจำหน่าย และควบคุมกลไกการตลาดและราคาอยู่ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าเมื่อเกิดตลาดกลางสินค้าใหม่ขึ้นแล้ว จะเกิดผลกระทบใดต่อผู้ค้าที่เข้ามาสู่ตลาดใหม่ รวมทั้งผลที่จะตามมาจากผู้ที่เสียประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว และควรเดินด้วยมาตรการนุ่มนวล มีไมตรีจิตต่อกัน ไม่ใช่เป็นนโยบายที่สร้างความตึงเครียดภายในเพิ่มเติมอีก และไม่ใช่เป็นนโยบายเปิดพื้นที่ใหม่ ให้คนตัวใหญ่เพิ่ม นั่นเป็นอันตรายยิ่งสำหรับรัฐบาลเอง

ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือโชห่วย วันนี้จำนวนสองล้านกว่ารายทั่วประเทศที่สายป่านสั้นยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมชุมชน วิถีชีวิตที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน อย่ามองเป็นนิติบุคคล ต้องมองเป็นครอบครัว ชุมชน การแก้ปัญหาโชห่วยให้ยืนได้ เท่ากับเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจพื้นฐาน เศรษฐกิจภายใน แก้ปัญหาสมดุลภายใน ภายนอก และมีการกระจายตัวดีกว่า เท่าเทียมกว่า นั่นคือสิ่งที่รัฐมองหาอยู่ไม่ใช่หรือ? การจะทำให้โชห่วยทันสมัยต้องมีการลงทุน ในขณะที่การรุกไล่จากกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เข้าชุมชนอย่างไม่มีกฎเกณฑ์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมาหลายสิบปี การค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือโชห่วยมีโอกาสน้อยมากจะปรับตัวได้ตามนักทฤษฎี

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล วิถีชีวิตสังคมเมือง ท้องถิ่นก็ปรับเปลี่ยน ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น การค้าปลีกแบบสมัยใหม่จึงเป็นทางเลือกให้แก่ทุกคน แต่รัฐจะทำให้การค้าแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่อยู่ร่วมกันได้เฉกเช่นนานาประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างไร ดังนั้นรัฐต้องกำหนดนโยบายเพื่อก่อเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการอยู่ได้ ประชาชนอยู่ได้ ระบบการค้าภายในจะปรับตัวร่วมกันได้ ไม่ขมวดตึงจนเกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา ปัญหาบางประการพิสูจน์ไม่ได้ด้วยตัวเลข ต้องมองภาคสังคมประกอบ

โชห่วย คือ วิถีชีวิตคนไทย อย่ามองข้ามมดตัวเล็ก มดตัวเดียวอาจกัดไม่เจ็บ ไม่มีค่า เคยมีผู้อ้างว่าเป็นมืออาชีพ ใช้คำว่าคนเหล่านี้คือ Nobody อย่าสนใจ ท่านเหล่านั้นลืมไปว่า มด 2 ล้านตัว รวมครอบครัวมด จะกลายเป็น 10 ล้านตัว เศรษฐกิจจะไปทางไหน ไม่ถามมด ไม่ให้มดมีส่วนร่วม เป็นไปไม่ได้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รัฐคงเข้าใจได้อย่างดีว่า พลังชุมชน สังคม สำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในอย่างไร โอกาสใหม่นี้รัฐพลาดไม่ได้ เรื่องตลาดกลางคือเรื่องที่เข้าเป้ามาก หากแต่ต้องมองฝั่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการด้วย ใช้เงินผลักส่งออกได้มากมาย ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ทำไมจะใช้เงินเพื่อคน
ตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ไม่ได้?

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69