
ปปช.โอดจับสินบนฉาวยาก
อังกฤษ-สหรัฐ สับสนหน่วยไหนของไทยรับผิดชอบคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ป.ป.ช.ชี้ส่อยืดเยื้อเกินเดือน
อังกฤษ-สหรัฐ สับสนหน่วยไหนของไทยรับผิดชอบคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ป.ป.ช.ชี้ส่อยืดเยื้อเกินเดือน
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะทำงานสืบสวนและรวบรวมข้อมูลกรณีสินบนบริษัท โรลส์-รอยซ์ เปิดเผยว่า ในขณะนี้ยังไม่สามารถเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์-รอยซ์ ให้เจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานบริษัท การบินไทย และบริษัท ปตท.ให้ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.ได้ เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ) ที่ชัดเจนก่อน
นายสรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานของไทยประสานขอข้อมูลโดยตรงไปยังหน่วยงานของเอสเอฟโอและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐมากเกินไป ทำให้เกิดความสับสนว่า หน่วยงานใดของไทยมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อการประสานขอข้อมูลของ ป.ป.ช.
“เมื่อมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้หน่วยงานต่างประเทศไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลให้ ต้องขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน ทำให้ ป.ป.ช.มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นและยากขึ้น ดังนั้นอยากให้ทุกหน่วยงานระวังในการให้ข่าวไม่ให้กระทบต่อความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน” นายสรรเสริญ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีโทษประหารชีวิตในคดีสินบน ซึ่งเป็นโทษที่ไม่ยอมรับในต่างประเทศที่มองว่าป่าเถื่อน อาจมีปัญหาต่อการไม่ให้ข้อมูล อีกทั้งพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศ กำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องประสานข้อมูลผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศ จึงทำให้การไต่สวนเพื่อนำไปสู่การชี้มูลความผิดได้อาจใช้เวลาเกินกว่า 1 เดือน
“จึงภาวนาว่าหลังจากได้พูดคุยกันแล้วจะมีความไว้ใจในการเปิดเผยข้อมูลตรงไปตรงมามากขึ้น หากเอสเอฟโอไม่เปิดเผยก็เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องไปไล่หาหลักฐานเอง” นายสรรเสริญ ระบุ
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การจ่ายสินบนให้บริษัทในประเทศไทยกระทบความเชื่อมั่นของบริษัท รัฐวิสาหกิจ และกระทบโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจโดยรวม อีกทั้งกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ทั้งนี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีดัชนีคอร์รัปชั่นไทยที่ลดลงจากอันดับที่ 76 ลงมาอยู่ที่อันดับ 101 นั้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงดัชนี 4 ตัวที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยเฉพาะด้านคอร์รัปชั่น ซึ่งมีทั้งดีขึ้นและแย่ลง แต่โดยรวมคะแนนของประเทศไทยลดลงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น คือ จาก 38 เป็น 35 คะแนน ประกอบกับหลายประเทศคะแนนเกาะกลุ่มกัน ทำให้อันดับของไทยตกลงหลายอันดับ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงเดินหน้าปรับปรุงจุดอ่อนที่มีอยู่และพยายามพัฒนาทุกหนทางเพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อสร้างความโปร่งใสให้มากยิ่งขึ้น







