
สภาเห็นชอบร่างพ.ร.บ.องค์การอัยการ
สภาผู้แทนฯเห็นชอบวาระสาม 298เสียงเพิ่มอำนาจอัยการร่วมฝ่ายปกครอง ค้น จับ ขัง การใช้ดุลพินิจสั่งคดีได้รับความคุ้มครอง
สภาผู้แทนฯเห็นชอบวาระสาม 298เสียงเพิ่มอำนาจอัยการร่วมฝ่ายปกครอง ค้น จับ ขัง การใช้ดุลพินิจสั่งคดีได้รับความคุ้มครอง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยสาระสำคัญ มาตรา17คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการ เป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นใหญ่ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการค้น การจับ และการคุมขัง อาจร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจ หรือเจ้าพนักงานอื่น หรือแจ้งให้พนักงานตำรวจ หรือเจ้าพนักงานอื่น ดำเนินการก็ได้
นอกจากนี้ ได้แก้ไขให้อัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานอิสระโดยมีการแก้ไขให้อัยการสูงสุด รักษาการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้แทนที่ให้อำนายนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2550
ทั้งนี้ ในมาตรา 22 ที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างมาก เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมระบุ ให้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีหรือปฎิบัติหน้าที่โดยสุจริต และเที่ยงธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญาและทางปกครอง โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายสุนัย จุลพงศธร อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม
ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯชี้แจงว่าเมื่อสมาชิกมีความกังวล คณะกรรมาธิการได้หารือ ยอมกลับไปใช้ร่างเดิม ที่ระบุว่าดุลพินิจของอัยการในการสั่งคดี หรือการปฎิบัติหน้าที่ย่อมได้รับการคุ้มครอง หลังจากพิจารณาเสร็จสิ้นทั้งร่าง และในที่สุดที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับร่างดังกล่าวในวาระที่สามคณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยเสียง 301 ต่อ 1
จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้น ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระที่ 3 ตามคณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยเสียง 298 ต่อ 0







