posttoday
'อีอีซี'ดันจีดีพีโตปีละ5%

'อีอีซี'ดันจีดีพีโตปีละ5%

27 มกราคม 2560

คณิศ แสงสุพรรณ กรรมการมูลนิธิสถาบันวิจัยเศรษฐกิจการคลัง กรรมการชี้นำยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนการเพิ่มผลิตภาพ นวัตกรรม และมาตรฐานอุตสาหกรรม (SPRING Board) กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมไม่ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่เป็นการเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการอยู่ในการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการทำระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) หากประเทศไทยไม่ดำเนินการเรื่องนี้ ในอีก 10 ปี เศรษฐกิจของไทยจะไม่อยู่ในเวทีอาเซียนได้อีกต่อไป

คณิศ แสงสุพรรณ กรรมการมูลนิธิสถาบันวิจัยเศรษฐกิจการคลัง กรรมการชี้นำยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนการเพิ่มผลิตภาพ นวัตกรรม และมาตรฐานอุตสาหกรรม (SPRING Board) กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมไม่ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่เป็นการเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการอยู่ในการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการทำระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) หากประเทศไทยไม่ดำเนินการเรื่องนี้ ในอีก 10 ปี เศรษฐกิจของไทยจะไม่อยู่ในเวทีอาเซียนได้อีกต่อไป

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การลงทุนเอกชนของประเทศไทยขยายตัวได้แค่ 3% ทำให้เศรษฐกิจโตเฉลี่ยได้แค่ปีละ 3% โครงการอีอีซีคาดว่า จะทำให้เกิดการลงทุน 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ปีละ 5% เกิดการจ้างงานใหม่กว่า 1 แสนอัตรา/ปี มีฐานภาษีใหม่ 1 แสนบาท/ปี นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10 ล้านคน/ปี และลดต้นทุนการขนส่ง 4 แสนบาท/ปี หากการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ปีละ 10% จะทำให้เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ขยายตัวได้ปีละ 5%

หากดูการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีน ก่อนจีนเข้าเศรษฐกิจโลก สัดส่วนเศรษฐกิจของจีนเป็น 1% ของเศรษฐกิจโลก แต่เมื่อเข้าเศรษฐกิจโลก 15 ปี มีการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีใหม่ เศรษฐกิจจีนมีสัดส่วนเป็น 15% ของเศรษฐกิจโลก มากกว่าญี่ปุ่นเป็นรองสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยใน 15 ปีที่ผ่านมา จีนมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 15 แห่ง เขตพัฒนาพิเศษระดับมณฑล 32 เขต เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเทคโนโลยีพาร์ค 53 เขต และเขตเสรีการค้าและการเงิน 4 เขต

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยพบว่า มีเขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวนมาก เช่น ลาว 15 เขต กัมพูชา 11 เขต เวียดนาม 18 เขต อินโดนีเซีย 5 แห่ง ฟิลิปปินส์ 17 เขต มาเลเซีย 18 เขต ส่วนประเทศไทยมี 10 เขต แต่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษการค้าชายแดน ยังไม่ได้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการค้าการลงทุนที่แท้จริง

คณิศ กล่าวว่า การพัฒนาประเทศในเชิงพื้นที่ การกำหนดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อการค้าและการลงทุน มุ่งเน้นการผลิตและการลงทุน จะทำให้ประเทศไทยก้าวกระโดดและตามการพัฒนาประเทศอื่นได้ทัน

ปัจจุบันรัฐบาลได้เห็นชอบโครงการอีอีซี อยู่ระหว่างการร่าง พ.ร.บ. คาดว่าจะเข้าสภาและมีผลบังคับภายในกลางปีนี้ แต่ระหว่างนี้รัฐบาลได้ใช้อำนาจมาตรา 44 ตั้งคณะทำงานโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยจะเริ่มมีการลงทุนภายในปีนี้

สำหรับโครงการอีอีซี จะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นการผลักดันไทยแลนด์ 4.0 แบบก้าวกระโดด โดยใช้คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายเทคโนโลยีสูงและการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบเป็นตัวอย่างสำหรับการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต จะมีโครงการที่สำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างสนามบินอู่ตะเภา และอุตสาหกรรมอากาศยาน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท