
ถนนสายสุขภาพ
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
ถ้าจับสังเกตป้ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลในปัจจุบัน เราจะเห็นว่าโรงพยาบาลกำลังเสนอขายความสามารถในการช่วยคุณสร้างสุขภาพ มากกว่าจะบอกว่าโรงพยาบาลเป็นเพียงโรงซ่อมแบบดั้งเดิม
การตกแต่งและออกแบบของโรงพยาบาลใหม่ๆ ในปัจจุบันก็ทำให้ผู้ไปถึง ไม่รู้สึกว่าต้องมาเพราะเจ็บป่วย...แต่มาเพราะที่นี่...น่าเดิน...น่าดู...น่ารู้...น่าใช้บริการ
แม้แต่โซนร้านอาหาร เดี๋ยวนี้ก็จัดให้เก๋ไก๋ไม่แพ้ตามห้างสรรพสินค้า...ส่วนโซนต้อนรับนั้น...โรงพยาบาลหลายแห่งทำได้หรูหราโอ่อ่า ยิ่งกว่าโถงต้อนรับของโรงแรมด้วยซ้ำ
ลานจอดรถของโรงพยาบาลที่เคยมืดๆ เงียบๆ ...เดี๋ยวนี้ก็สว่างไสว ใช้เทคโนโลยีช่วยให้การเข้าจอดสะดวกขึ้น ไม่แพ้ห้างสรรพสินค้า
ตามโค้ง ตามมุมตึก มีจัดวางร้านรวง จัดวางเคาน์เตอร์ หรือมุมกาแฟที่ไม่ใช่แบบขอไปที มีตู้กดจำหน่ายสินค้า มีมุมวางของขายที่ชวนให้แวะชม มีบริการแปลกตาต่างจากการใช้อาคารโรงพยาบาลแบบเก่าๆ ที่ทุกมุม คือ เรื่องการเจ็บป่วย...แต่ปัจจุบัน ทุกมุมสามารถเป็นที่ให้บริการ...ผมเชื่อว่าในไม่ช้า ร้านเสริมสวย และร้านตัดแต่งผมทั้งบุรุษและสตรี ร้านบริการรับส่งพัสดุครุภัณฑ์ ร้านซ่อมรองเท้าทำกุญแจ ร้านตัดแว่น ซ่อมนาฬิกา ซักรีด ซักแห้ง ก็จะทยอยเปิดจนเป็นมาตรฐานใหม่ของโรงพยาบาล คล้ายกับร้านขายดอกไม้เยี่ยมไข้นั่นเอง
เพราะอะไรน่ะเหรอ...เพราะไหนๆ เมื่อต้องมารอคิวพบแพทย์ เพื่อเยี่ยมญาติ เพื่อรับยา ก็มักจะอดไม่ได้ที่จะเสียดายเวลาที่ตัวจะสามารถไปทำเรื่องจุกจิก เล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง...ระหว่างรอ
ลองสังเกตดูนะครับว่า ร้านรวงเล็กๆ ข้างต้นนี้ ขืนยังอยู่ริมถนน หรือในซอย ลูกค้าส่วนหนึ่งที่หายไปแน่ คือ ลูกค้าที่ต้องหาที่จอดรถ เพียงเพื่อจะทำธุระรับบริการเล็กๆ น้อยๆ
รายได้อีกอย่างของโรงพยาบาลจึงอาจมาจากการให้เช่าพื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้า หรือบริการที่ลูกค้าโรงพยาบาลมักต้องใช้...ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าคิดค่าจอดรถในอาคารเป็นรายชั่วโมง แต่ที่จอดรถโรงพยาบาลมักจะฟรี ถ้ามีตราประทับ
ทั้งนี้ เพราะโรงพยาบาลมักจะยอมรับตัวเองว่า การบริหารคิวบริการทางการแพทย์พยาบาลของตนนั้น...เป็นสิ่งที่กะเกณฑ์กำหนดเวลาได้ยาก...โรงพยาบาลเอกชนที่เปิดใหม่ส่วนมากจึงต้องเผื่อระบบที่จอดรถไว้อย่างระมัดระวัง
ยิ่งในสังคมสูงวัยแล้ว...โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ลูกค้าต้องแวะเวียนเข้าออก มาเยี่ยมคนอื่นบ้าง มาตามนัดตรวจสุขภาพสม่ำเสมอบ้าง...และมาแต่ละหนก็ต้องใช้เวลาอยู่ในหมู่อาคารเหล่านี้นานหลายๆ ชั่วโมง และที่สำคัญอาคารโรงพยาบาลมักต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีคนมาทำงานเป็นกะ
ดังนั้น ในอาคารที่ออกแบบมาเพื่อสาธารณะแล้ว ผมเข้าใจว่าการออกแบบโรงพยาบาลนี่แหละ ที่ผู้ออกแบบจะต้องออกแบบให้ใช้งานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันปิด วันหยุด
ขนาดสถานีรถไฟ หรือสนามบินทั่วไป ถ้าไม่ใช่สนามบินแห่งชาติก็ยังมีเวลาปิดนะครับ ถ้าไม่มีเที่ยวบินหรือเที่ยวรถวิ่งเข้า-ออกแล้ว
ส่วนอาคารที่ทำงานไม่ว่ารัฐหรือเอกชน พอหมดเวลางานเป็นอันเงียบฉี่...ปิดล็อก ปิดไฟ ปิดแอร์...สนามกีฬา...มหาวิทยาลัย...โรงเรียน...ศูนย์ราชการยังต้องมีเวลาปิดมืดไม่มีคน...
อาคารโรงพยาบาลจึงสมควรได้รับความสนใจวิเคราะห์การใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะอย่างยิ่ง ห้างสรรพสินค้ายังมีเวลาเปิด-ปิด...เพราะคนจะช็อปนั้น เขาก็ต้องหลับต้องนอนพักผ่อนกันบ้าง แต่คนจะเจ็บจะไข้จะเยี่ยมไข้ ส่งเสบียง ส่งของ ส่งกำลังใจนั้น ห้ามกันบ่ได้ดอก...
การออกแบบตกแต่งโรงพยาบาลให้สามารถรับภาวะฉุกเฉินของสุขภาพได้ พร้อมๆ กับออกแบบให้รับรองแขกเหรื่อที่ต้องแวะเวียนมารับบริการ จึงน่าสนใจ อันนี้ดูจะเป็นต้นแบบของ Friendly Design ด้วยซ้ำ
ยิ่งถ้าโรงพยาบาลสามารถเป็นโรงเรียนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้ด้วย ก็จะยิ่งทำให้การออกแบบอาคารและบริการของโรงพยาบาลยิ่งน่าสนใจใหญ่
ผมเดาว่า หากจะมีอาคารอะไรใกล้เคียงกับการออกแบบโรงพยาบาลอยู่บ้างก็คงเป็นโรงแรมกระมัง...แต่คนมาโรงแรมมีเป้าประสงค์ที่ต่างกันกับไปโรงพยาบาลมากอยู่มาก
คอมเพล็กซ์ย่านบริการสุขภาพอย่างถนนราชวิถี จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ตัดถนนพระรามที่ 6 มีโรงพยาบาลของรัฐมากมาย และดึงดูดคนให้ต้องไปทำธุระ หรือเข้าพักรักษาพยาบาลแต่ละวันมากมายจริงๆ ถ้าทำโครงการสะพานข้ามและทางลอดใต้ถนนทั้งสองสายนี้ให้ดีๆ มีลานจอดรถใต้ดินให้เพิ่ม มีทางเดิน ทางเชื่อมดีๆ จากสถานีบีทีเอส ไปให้จนทะลุทุกโรงพยาบาล ผมมั่นใจว่าย่านนี้จะกลายเป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตยุคใหม่ที่คนไทยจำนวนมากจะได้ใช้ประโยชน์ตั้งแต่เล็กจนชราภาพทีเดียวเพราะมีทั้งโรงพยาบาลปฐมภูมิ ทุติยภูมิ แม้แต่ตติยภูมิ โรงเรียนแพทย์ ศูนย์วิจัย ฯลฯ
สยามสแควร์เคยโตมา จนทำให้ย่านราชประสงค์เป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งท่องเที่ยวของโลกที่มีชื่อเสียงได้ อนุสาวรีย์ชัยฯ ยันแยกตึกชัยก็สามารถจะกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทยที่สากลต้องตะลึงได้เช่นกัน







