
แห่แจ้งความดำเนินคดี 2 ครูหื่นโรงเรียนดังเมืองคอน
ผู้ปกครองและนักเรียนทยอยแจ้งความตำรวจสภ.ชะอวด 2 ครูโรงเรียนดังเมืองนครศรีธรรมราชนาจารและถูกข่มขื่นเด็กนักเรียน
ผู้ปกครองและนักเรียนทยอยแจ้งความตำรวจสภ.ชะอวด 2 ครูโรงเรียนดังเมืองนครศรีธรรมราชนาจารและถูกข่มขื่นเด็กนักเรียน
ผู้เสียหายทั้งเด็กนักเรียนหญิงและผู้ปกครอง ยังคงทยอยเข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.สมพงศ์ จุลเรือง พนักงานสอบสวนเวร สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ให้ดำเนินคดีกับนายวิรัตน์ วุฒิพงศ์ และนายบุญมี จีนชาวนา ครูสอนโรงเรียนบ้านทุ่งโป๊ะ อ.ชะอวด ให้ถึงที่สุดเนื่องจากก่อคดีอนาจารและข่มขืน โดยรายล่าสุดนั้นเป็นรายที่ 19 จาก 21 รายที่ลงชื่อไว้แล้ว คือ ด.ญ.น้อย (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนดังกล่าว
นอกจากนี้ผู้ปกครองเข้าชี้ยืนยันภาพถ่ายของนายวิรัตน์ ครูชำนาญการในโรงเรียนแห่งนี้ โดยมี พ.ต.ท.สมพงศ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเป็นผู้ดำเนินการสอบปากคำผู้ปกครองของเด็กและให้เด็กชี้ยืนภาพถ่ายของนายวิรัตน์และผู้ปกครองบันทึกยืนยันตัวบุคคล
น.ส.เนย (นามสมติ) น้าสาวของเด็กหญิงรายนี้ กล่าวว่า ในส่วนของหลานสาวนั้นครูได้นำไปนั่งตักแล้วใช้มือจับอวัยวะเพศ เมื่อถามว่าทำไมไม่หนีเด็กบอกว่าครูกอดเอวไว้ ซึ่งเด็กคนนีเป็นเด็กพิเศษ (ออทิสติค) เด็กจะพูดตรงและพูดจริง ทำให้ครูไม่กล้าที่จะทำอย่างอื่นเนื่องจากเกรงว่าเด็กจะไปพูด และเด็กไปพูดจริงๆแรกนั้นไม่กล้าดำเนินการแต่เมื่อรู้ว่ามีหลายคนจึงมาดำเนินคดี
พ.ต.ท.สมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้รวมมมีผู้เสียหายที่ยืนยันเข้ากระบวนการสอบสวนเด็กแล้ว 19 ราย โดยเจ้าหน้าที่จะต้องนัดสอบทอยอยขณะนี้มีการสอบสวนไปบ้างแล้ว และคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 สัปดาห์จึงแล้วเสร็จเพื่อเสนอชั้นศาลชั้นต้นจะออกหมายเรียกหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการออกหมายจับ
“ขณะนี้มีครูที่ถูกกล่าวหาแล้ว 2 คนในโรงเรียนเดียวกันที่พนักงานสอบสวนได้สอบไปแล้วนั้นสามารถสรุปได้ 2 ฐานความผิดคือ 1.อนาจาร คือพฤติการณ์ใช้มือลูบคลำ และ 2.ข่มชืนกระทำชำเรา คือพฤติการณ์ที่ใช้นิ้วล่วงละเมิด โดยแต่ละคนนั้นต่างกรรมต่างวาระแยกออกไปตามจำนวนผู้เสียหายหากมาทั้งหมดในขณะนี้ครูจะต้องคดีถึง 21 คดี มีระวางโทษสูงในแต่ละคดีนั้นกว่า 10 ปี”พ.ต.ท.สมพงศ์ กล่าว
ผู้ปกครองนักเรียนผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งมีอาชีพรับราชการ กล่าวว่า มีโอกาสได้เข้าไปฟังการสอบสวนเด็กด้วยยอมรับว่ารับไม่ได้กับสิ่งที่เด็กได้เล่าให้คณะที่สอบสวนเด็กฟังจนรับไม่ได้ไม่เชื่อว่าคนที่เป็นพ่อพิมพ์ของชาติจะกระทำได้เช่นนั้น
“ที่ผ่านมาครูคนนี้เคยต้องเรื่องแบบนี้มาก่อนในโรงเรียนอื่นแต่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้บริหารบางคน ทำให้ได้มาเป็นครูสอนในโรงเรียนแห่งนี้อีกโดยไม่ได้คำนึงว่าไปสร้างบาดแผลให้ชุมชน เป็นเช่นนี้มาเป็นปีจนเรื่องแดงขึ้น ซึ่งต่อไปนั้นอาจมีการร้องเรียนไปถึงผู้ตรวจการแผ่นดินว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการสอบสวนชุดก่อนหน้าได้เข้าด้วยเหลือครูรายนี้หรือไม่” ผู้ปกครองรายนี้กล่าว
ทางด้านนายตฤณ สุขนวล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งโป๊ะ กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ได้สั่งย้ายไปช่วยราชการที่อื่นแล้ว ทั้งสองคนไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนอีกต่อไป และได้มีการดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนไปตามขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยเรียบร้อยแล้ว สงสารครูผูหญิงอีกคนที่เป็นภรรยาของครูที่ต้องคดีอยู่ในโรงเรียนนี้เช่นกันต้องขอย้ายไปช่วยราชการที่อื่นด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงคิดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
“ครูในโรงเรียนที่เหลือต้องระส่ำระสายยอมรับว่าขวัญเสียกับเหตุการณ์เหลือเพียง 3 คนต้องตั้งสติและต้องครองอยู่ให้ได้ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของบุคคลไม่ใช่โรงเรียนโรงเรียนต้องอยู่ต่อไป ต้องไปขอความช่วยเหลือจากชุมชนจากครูที่เกษียณแล้วให้มาช่วยสอนไปก่อน ผมได้พูดคุยกับชุมชนกับผู้ปกครองต่างเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของบุคคลไม่ใช่โรงเรียน ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยเพิ่งรู้พร้อมกับผู้ปกครอง เรียกมาถามเขาคงไม่ยอมรับต้องปล่อยให้ทางบ้านเมืองว่าไปตามกฎหมาย” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งโป๊ะกล่าว







