
ดัชนีโปร่งใสไทยวูบ หล่นจาก 76 อยู่อันดับ 101
องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (ทีไอ) เปิดเผยรายงานดัชนีการคอร์รัปชั่นโลก (ซีพีไอ) 2559 พบว่าไทยมีอันดับตกลงจากที่ 76 เมื่อปี 2558 ลงมาอยู่ที่อันดับ 101 จาก 176 ประเทศ ด้วยคะแนนที่ลดลงจาก 38 คะแนน เต็ม 100 คะแนน เหลือ 35 คะแนน โดยเป็นผลมาจากการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก ประกอบกับการปราศจากการเข้าตรวจสอบของหน่วยงานอิสระ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิที่ถดถอยลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นสาธารณชนต่อประเทศลดลง
องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (ทีไอ) เปิดเผยรายงานดัชนีการคอร์รัปชั่นโลก (ซีพีไอ) 2559 พบว่าไทยมีอันดับตกลงจากที่ 76 เมื่อปี 2558 ลงมาอยู่ที่อันดับ 101 จาก 176 ประเทศ ด้วยคะแนนที่ลดลงจาก 38 คะแนน เต็ม 100 คะแนน เหลือ 35 คะแนน โดยเป็นผลมาจากการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก ประกอบกับการปราศจากการเข้าตรวจสอบของหน่วยงานอิสระ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิที่ถดถอยลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นสาธารณชนต่อประเทศลดลง
ทีไอ ระบุว่า การลงประชามติรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีการร่างขึ้นเพื่อปราบปรามการคอร์รัปชั่น แต่การที่รัฐธรรมนูญดังกล่าวปกป้องอำนาจรัฐบาลทหารนั้น ส่งผลกระทบต่อความพยายามในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยของประชาชน โดยในการประชามติดังกล่าวมีการห้ามการถกเถียงอย่างเสรีและห้ามการรณรงค์ของฝ่ายคัดค้านรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ในรายงานครั้งนี้มีการเพิ่มดัชนีโครงการความหลากหลายทางประชาธิปไตย (วีเดม) 2559 เข้ามา ซึ่งดัชนีดังกล่าวจัดทำโดยองค์กรด้านประชาธิปไตยของยุโรปและคอยจัดอันดับการคอร์รัปชั่นจากการติดสินบนและการยักยอกเงิน โดยไทยได้เพียง 24 คะแนน จาก 100 คะแนน ขณะที่ยังได้คะแนนจากดัชนีความเสี่ยงประเทศประจำปี 2558 จัดทำโดยไอเอชเอสบริษัทวิเคราะห์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเพียง 22 คะแนน
ทีไอ ระบุว่า ในรายงานว่าไม่มีประเทศใดที่มีคะแนนมากกว่า 90 คะแนน โดยนิวซีแลนด์ที่ขึ้นมาจากอันดับ 4 ปีก่อน และเป็นที่ 1 ของโลกในปัจจุบัน มีคะแนนที่ 90 คะแนน ส่วนเดนมาร์กตกลงจากอันดับ 1 มาอยู่ที่ 2 ตามมาด้วยฟินแลนด์ สวีเดนและสวิตเซอร์แลนด์ โดยในส่วนประเทศในเอเชียแปซิฟิกนอกเหนือจากนิวซีแลนด์แล้ว สิงคโปร์ได้อันดับดีที่สุดด้วยคะแนน 84 คะแนน เป็นอันดับ 7 ของโลก ตามมาด้วยออสเตรเลีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ทีไอ ระบุว่า 19 ประเทศจากทั้งหมด 30 ประเทศ มีคะแนนต่ำกว่า 40 คะแนน เป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น รัฐบาลที่ไม่น่าเชื่อ การขาดการตรวจสอบ การลดลงของพื้นที่ภาคประชาสังคม เป็นต้น
สำหรับชาติอื่นในอาเซียนมีมาเลเซียได้อันดับดีที่สุดอยู่ที่ 55 ด้วยคะแนน 49 คะแนน อินโดนีเซีย อันดับ 90 37 คะแนน ส่วนฟิลิปปินส์และไทยได้อันดับเท่ากันที่ 101 เวียดนามอันดับ 113 มี 33 คะแนน ลาวอันดับ 123 ได้ 30 คะแนน ขณะที่เมียนมาอยู่ที่ 136 ด้วยคะแนน 28 คะแนน และกัมพูชาอยู่ที่ 156 ได้ 21 คะแนน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า จะต้องไปดูที่สาเหตุว่าต่ำลงตรงไหน เพราะบางเรื่องสูงขึ้นและบางเรื่องแย่ลง เฉลี่ยกันจึงต่ำ เพราะอาจมีตัวชี้วัดที่บางข้อทำได้ไม่ดีพอ จึงขออย่ามองแย่ทั้งหมด และขอให้เชื่อนายกฯ ซึ่งอย่าลืมว่าทุกอย่างเกิดขึ้นในอดีต
“ปัจจุบันได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดอยู่แล้ว โดยจะร้องเรียนให้องค์กรอิสระตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะเป็นแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน และขอให้ดูตามคำโหราศาสตร์ทำนาย ซึ่งไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” นายกฯ กล่าว
สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ดูจากคะแนนและผลการจัดอันดับที่ออกมา ป.ป.ช.ก็ผิดหวัง เพราะคาดการณ์ว่าจะได้เกินกว่า 38 คะแนน ก็รู้สึกผิดหวัง โดยต้องกลับไปดูอีกทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับการประเมินในครั้งนี้







