posttoday
ช้างสุรินทร์กว่า10เชือกลงแขกไถนา

ช้างสุรินทร์กว่า10เชือกลงแขกไถนา

02 กันยายน 2553

ปัจจุบันภาพช้างไถนาเหล่านี้กลับเริ่มหายไปและหาดูได้ยากยิ่ง มีเพียงบางเชือกเท่านั้นที่ควาญช้างยังคงใช้วิธีการแบบดั้งเดิมอยู่ อาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีทั้งรถไถนาแบบเดินตาม....

ปัจจุบันภาพช้างไถนาเหล่านี้กลับเริ่มหายไปและหาดูได้ยากยิ่ง มีเพียงบางเชือกเท่านั้นที่ควาญช้างยังคงใช้วิธีการแบบดั้งเดิมอยู่ อาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีทั้งรถไถนาแบบเดินตาม....

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ภาพวิถีชีวิตระหว่างคนกับช้างในแบบดั้งเดิมของชาวกูยเลี้ยงช้างในพื้นที่ บ.ตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เริ่มลดหายไปตามยุคสมัยและสิ่งแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนไปตามกาลเวลา  โดยเฉพาะวิธีการไถนาแบบดั้งเดิมของคนเลี้ยงช้าง อย่างการใช้ช้างไถนาแทนควาย ซึ่งในอดีตยังคงพบเห็นช้างไถนาในพื้นที่ ต.กระโพฯแห่งนี้ในช่วงฤดูกาลทำนาของทุกปี 

แต่ปัจจุบันภาพช้างไถนาเหล่านี้กลับเริ่มหายไปและหาดูได้ยากยิ่ง มีเพียงบางเชือกเท่านั้นที่ควาญช้างยังคงใช้วิธีการแบบดั้งเดิมอยู่ อาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีทั้งรถไถนาแบบเดินตามและรถไถใหญ่ที่เข้ามามีบทบาทในสังคมเกษตรกรรมชนบท จึงทำให้ภาพเก่าๆที่ควรค่าแก้การอนุรักษ์ต้องหายไปอย่างน่าเสียดาย และหากยังไม่มีใครร่วมกันคิดวางแผนเพื่ออนุรักษ์และสืบสานการใช้ช้างไถนาดังกล่าวต่อไป  เห็นทีเยาวชนลูกหลายคนรุ่นใหม่ก็คงต้องไปศึกษาหาดูในหนังสือและภาพถ่ายที่ไม่มีชีวิตเป็นแน่แท้

ช้างสุรินทร์กว่า10เชือกลงแขกไถนา

ทำให้นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.สุรินทร์ ร่วมกับนายธงชัย มุ่งเจริญพร นายกอบจ.สุรินทร์ อ.ท่าตูม และอบต.กระโพ จึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์และสืบสานการใช้ช้างไถนาให้คงอยู่เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้เห็นภาพวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวกูยคนเลี้ยงช้างสืบไป รวมทั้งยังจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อรณรงค์ ให้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ ได้ใช้วิธีการการปลูกข้าวหอมมะลิ ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยหมัก ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ตามแบบฉบับข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ ที่มีคุณภาพดีมีชื่อเสียงระดับโลก ที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคข้าวหอมมะลิของ จ.สุรินทร์ที่ผลิตขึ้นมา อีกด้วย และคาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมใช้ช้างไถนาและดำนาขึ้นในทุกๆปีหลังจากนี้ไป

ปีนี้เป็นปีแรกในรอบหลายสิบปีที่มีการฟื้นฟูประเพณีดังกล่าวพร้อมกับจัดกิจกรรม ช้างไถนา-ดำนา ขึ้นที่บริเวณแปลงนาบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยมีการนำช้างกว่า 10 เชือก ร่วมทำการไถนาและดำนาพร้อมกับคน  ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ ซึ่งก่อนที่จะทำการนำช้างมาไถนา ก็จะมีการประกอบพิธี เซ่น ไหว้ศาลประกำ เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษตามความเชื่อของชาวกูยโบราณ ที่ว่าก่อนที่จะกระทำการสิ่งใดก็ตาม จะต้องมีการเซ่นไหว้ศาลประกำก่อนทุกครั้ง โดยมีครูบาใหญ่ หมอช้าง นำทำการประกอบพิธี เซ่นไหว้ศาลประกำดังกล่าว

ช้างสุรินทร์กว่า10เชือกลงแขกไถนา

หลังจากนั้น ได้นำช้างแสนรู้  จำนวน 2 เชือก ผูกโยงกับคันไถที่ใช้ไถนาแบบดั้งเดิม โดยมี นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กับนายธงชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ร่วมเป็นประธานในการจับหางคันไถเดินตามช้างที่เดินนำเพื่อไถนา

ขณะที่ช้างอีก จำนวน 6 เชือก ก็ร่วมทำการปักดำนา โดยใช้วิธีการดำนาแบบใหม่ คือวิธีการโยนต้นกล้าข้าวลงไปในแปลงนา ซึ่งวิธีการนี้กำลังเป็นที่นิยม ในการปลูกข้าวแบบใหม่ เพราะต้นกล้าข้าวจะงอกงามดี ให้ผลผลิตสูงมากดกว่าการใช้มือปักดำ เนื่องจากรากจะไม่ได้รับความเสียหายมากจากการโยนกล้าข้าว อย่างไรก็ตามช้างทั้ง 6 เชือก สามารถโยนต้นกล้าข้าวลงแปลงนา ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว สามารถทำหน้าที่ได้ใกล้เคียง กับคน ดำนาเลยทีเดียว ส่วนควาญช้างต้องนั่งอยู่บนคอช้างเพื่อทำหน้าที่คอยส่งต้นกล้าข้าวให้ช้างใช้งวงจับก่อนจะโยนกล้าข้าวให้สูงและร่วงลามาสู่พื้นเพื่อปักดำนา ท่ามกลางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน  สามารถสร้างสีสันให้กับงานได้เป็นอย่างดี

จากการศึกษาและปฎิบัติในการปลูกข้าวอินทรีย์ที่ศูนย์บริการวิชาการเกษตร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ถึงการเพาะปลูกข้าวแบบโยนกล้า นั้น สามารถควบคุมข้าวและวัชพืชทั่วไปได้เป็นอย่างดี สามารถลดต้นทุนการทำนาได้ถึงไร่ละ 800-1,200 บาท นอกจากนั้นการทำนาแบบโยนกล้ายังทำได้ง่าย และไม่ยุ่งยาก ใช้เมล็ดแค่ไร่ละ3 – 4 กิโลกรัมเท่านั้น เกษตรกรคนหนึ่งสามารถโยนกล้าข้าวได้วันละ 3-5 ไร่ ซึ่งต้นข้าวจะมีการเจริญเติบโตดีและเร็วกว่าวิธีปักดำ และสามารถจัดการด้านโรค-แมลง ได้ง่ายกว่าการทำนาหว่าน อีกด้วย   ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้อย่างคุ้มทุนมากกว่าปัจจุบัน

ช้างสุรินทร์กว่า10เชือกลงแขกไถนา

นายศิริศักดิ์  ร่วมพัฒนา นายกอบต.กระโพ  เล่าวว่า การจัดกิจกรรมนำช้างมาไถนาและดำนาในครั้งนี้จัดเป็นทางการครั้งแรก  เพราะทุกปีที่ผ่านมามีมีเจ้าของช้างบางเชือกเท่านั้นที่ได้นำช้างไปไถนาและดำนาในแบบดั้งเดิม  เพราะวิถีชีวิตเริ่มเลี่ยนไป มีรถไถนาเข้ามาแทนที่ การใช้ช้างไถนาจึงหายไป และอาจจะไม่ค่อยพบเห็นได้ง่ายนัก  ปีนี้จึงมีความคิดร่วมกันที่จะอนุรักษ์สืบสานการใช้ช้างไถนาแบบดั่งเดิมของชาวกูยดังกล่าวเพื่อให้คงอยู่  ไม่เช่นนั้นภาพดังกล่าวก็จะค่อยๆหายไปในที่สุด และคาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นทุกๆปี โดยการร่วมมือกับทางจังหวัดสุรินทร์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ อ.ท่าตูมและ อบต.กระโพฯ จัดขึ้นต่อไป

ช้างสุรินทร์กว่า10เชือกลงแขกไถนา

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท