
ประชาธิปไตยล้มเหลว
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ยุคนี้อาจถือได้ว่าเป็นยุคที่ชีวิตมี "ทางเลือก" (Alternative) กันมากเป็นพิเศษ จากการแพทย์ทางเลือกสู่แท็กซี่ทางเลือกที่นำโดยอูเบอร์ แม้แต่ทำเนียบขาวของโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังประกาศบุกเบิกการให้ข้อเท็จจริงทางเลือก (Alternative Facts) ที่ทำเอาฮือฮากันทั้งประเทศและทั่วโลกมาแล้วว่า การเสนอความเท็จหรือความจริงนั้นเป็นสิ่งที่สื่อเลือกได้อย่างนั้นหรือ
แล้วเหตุใดประเทศคอมมิวนิสต์ภายใต้ระบบตลาดเสรีบางส่วนอย่าง "จีน" จึงจะให้ทางเลือกด้านการเมืองกับโลกบ้างไม่ได้เล่า
หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี กระบอกเสียงของทางการจีนฉบับอาทิตย์ที่ผ่านมา เปิดพื้นที่ให้ 1 หน้าเต็มสำหรับทั้งบทบรรณาธิการและบทความที่เสนอจีนเป็นตัวเลือกใหม่ ในวิกฤตการณ์ "ประชาธิปไตย" และ "ทุนนิยม" ของโลกตะวันตก
สื่อจีนระบุว่า ที่ผ่านมาประชาธิปไตยสไตล์ตะวันตกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งมาตลอดในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ขณะนี้สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างหนัก ซึ่งประชาธิปไตยและทุนนิยมแบบตะวันตกนี่เองที่เป็นตัวก่อปัญหาสำคัญๆ ของโลกหลายครั้ง อาทิ วิกฤตการณ์การเงินปี 2008 การปกป้องทางการค้า และการผงาดของกระแสป๊อปปูลิสม์ทั้งในสหรัฐและยุโรป
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่จีนจะอวดให้โลกเห็นถึงด้านบวกของ "สังคมนิยม" ในแบบฉบับของจีน ที่เป็นคอมมิวนิสต์ยุคใหม่ซึ่งผสานระบบตลาดเสรีบางส่วน เน้นความมั่นคงและมั่งคั่งเป็นหลัก และน่าจะตอบโจทย์โลกที่กำลังปั่นป่วนในปัจจุบันได้
ถือเป็นการตีเหล็กกำลังร้อนที่มาได้เหมาะเจาะพอดี ซึ่งจีนไม่ได้ว่าประชาธิปไตยเหมารวม แต่เน้นที่ประชาธิปไตยแบบตะวันตก ในขณะที่โลกกำลังตั้งคำถามถึงด้านมืดของทุนนิยมที่ทำให้คนส่วนหนึ่งตกขบวนการค้าเสรี กลายเป็นแรงงานที่ไม่มีใครต้องการ และกลายเป็นชัยชนะของทรัมป์ในวันนี้ และยังมีขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เพิ่งไปโชว์ตัวในเวทีประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ผู้นำแทนที่สหรัฐ
แต่หากถามว่าจะทำให้การเมืองโลกหันมาพิจารณารูปแบบของจีน หรืออย่างน้อยที่สุดก็พิจารณารูปแบบของประชาธิปไตยแบบกลาง-ซ้าย มากขึ้นได้หรือไม่นั้น ยังเป็นเรื่องยากที่จะตอบได้ และจีนเองก็ยังมีด้านมืดในแบบฉบับประเทศมหาอำนาจใหญ่ ที่หลายประเทศยังไม่วางใจเช่นกัน
ทว่า อย่างน้อยที่สุดหลายประเทศซึ่งเริ่มเห็นตัวอย่างที่หลากหลายมากขึ้น และการฉีกกฎที่รุนแรงขึ้นตั้งแต่ฟิลิปปินส์ สหรัฐ ยุโรป และบางประเทศในเอเชีย ก็อาจมั่นใจเพิ่มขึ้นได้ว่ารายละเอียดของรูปแบบทางการเมืองย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และไม่มีสูตรสำเร็จ 100% ที่ลอกเลียนแบบกันได้โดยไม่ปรับสูตรให้เหมาะกับคนในบ้านเช่นกัน







