posttoday
รับมือหุ้นป่วน 100 วัน

รับมือหุ้นป่วน 100 วัน

25 มกราคม 2560

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้จัดงานสัมมนาหัวข้อ “ทิศทางตลาดหุ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ”

โดย...ทีมข่าวหุ้น-ตลาดทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้จัดงานสัมมนาหัวข้อ “ทิศทางตลาดหุ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ” ที่จะทำให้หุ้นผันผวนจากการไหลเข้าออกของเงินนอก

สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับไทย การเคลื่อนไหวของเม็ดเงินต่างชาติจะเป็น 2 ด้าน คือ หากมีการประกาศนโยบายออกมาก็อาจทำให้เม็ดเงินไหลกลับไปสหรัฐบ้าง เมื่อค่าเงินสหรัฐแข็งค่า ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับขึ้นเร็ว เงินก็พร้อมที่จะไหลกลับมาตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมตลาดหุ้นไทย

กลยุทธ์การลงทุน คือ การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในเดือน มิ.ย.ก่อนที่จะขึ้นได้อีก 2 ครั้ง เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นการลงทุนจึงเน้นไปที่หุ้นที่เน้นเติบโตสูง เพราะดอกเบี้ยจะขึ้นสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น หุ้นที่น่าลงทุนจึงต้องชนะดอกเบี้ย

“จากนี้ไปต้องติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินเหรียญสหรัฐ เพราะเป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อทรัมป์ ถ้าเชื่อมั่นมากค่าเงินเหรียญสหรัฐก็จะแข็งค่าขึ้น และจะส่งผลให้ค่าเงินบาทและตลาดเกิดใหม่มีการอ่อนค่าลง ก็จะทำให้เงินที่จะไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ชะลอลง”

ไตรมาส 4 ปี 2559 เงินไหลออกจากตลาดหุ้นไทย 5 หมื่นล้านบาท แต่เดือน ม.ค. 2560 เงินไหลกลับเข้าหุ้นไทยมาแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงที่ทรัมป์ทำไม่ได้ตามที่ประกาศนโยบายมาแล้ว หลังจากนี้จากช่วง 100 วัน ข้างหน้าตลาดเงินตลาดทุนจะมีความผันผวนเป็นระยะ ส่วนราคาน้ำมันจะเก็งกำไรครึ่งปีแรกได้ แต่ไม่ใช่จังหวะลงทุนระยะยาว โดยครึ่งปีหลังให้กลับมาลงหุ้นในประเทศอย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะปัจจุบันอยู่ที่ 2% ระดับที่น่ากังวล คือ 3% เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังโตได้ไม่เต็มศักยภาพ และกำลังการผลิตโดยรวมยังเหลือ จึงเชื่อว่ายังไม่เป็นประเด็นที่เฟดเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยปีนี้คาดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง

สำหรับมุมมองด้านราคาด้านพลังงานเชื่อว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะปรับขึ้นไปจากนี้ได้อีกมาก จากปัจจุบันที่ราคาน้ำมัน 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นจุดที่คุ้มค่าผลิตออกมา เพราะเมื่อทรัมป์ให้มีผลิตน้ำมันและถ่านหินเพิ่มขึ้น รวมทั้งการนำเข้าจากแคนาดาจะกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน

ธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า ผลกระทบโดยตรงต่อไทยน้อยมาก ยกเว้นกลุ่มส่งออกที่ไทยส่งสินค้าไปยังสหรัฐเพียง 3-4% เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การย้ายฐานการผลิตก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากค่าแรงของสหรัฐแพงมากเมื่อเทียบกับค่าแรงประเทศอื่น

ขณะที่โครงการสหรัฐจะมีการก่อสร้างสาธารณูปโภค 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 10 ปี สิ่งที่ต้องจับตาดูว่าจะหาเม็ดเงินจากไหน เพราะขณะนี้หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐ อยู่ที่ 100-110% ผลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการจะไม่เร็วอย่างที่คาด

การที่นโยบายทรัมป์กีดกันการค้าจีน กรณีเลวร้ายสุดผลกระทบรุนแรง สหรัฐจะตั้งกำแพงภาษีขึ้นถึง 45% จะกระทบจีดีพีจีนหายไป 1% หากประเมินว่าจีดีพีจีนปีนี้ที่ 6.7% จะเหลือ 5.7% 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทรัมป์จะไม่มีมาตรการรุนแรงกับจีน แต่จะเปิดประเด็นให้จีนเจรจาขณะที่ประเทศไทยมีการค้าไม่มาก อาจจะได้รับผลกระทบแต่ไม่มากนัก เพราะหากกีดกันการค้า จะทำให้เกิดการรวมกลุ่มประเทศเพื่อสู้กับสหรัฐ

ทั้งนี้ เชื่อว่าหุ้นไทยจะย่อลงได้ไม่หลุด 1,500 จุด โดยแนวรับในช่วงนี้คือ 1,530-1,550 จุด สิ้นปีให้ดัชนีที่ 1,690 จุด ที่ระดับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) 15.5 เท่า และกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโต 10-13%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท