
ปฏิรูปฟื้นความเชื่อมั่น
กระบวนการต่อสู้รอบใหม่ของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร กับการร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้นคดีที่เธอถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานขับรถชนคนตายต้องโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับการอภัยโทษ หลังถูกจำคุกไปแล้ว 1 ปี 6 เดือน กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายในสังคมกำลังติดตามรอดูว่าสุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
กระบวนการต่อสู้รอบใหม่ของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร กับการร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้นคดีที่เธอถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานขับรถชนคนตายต้องโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับการอภัยโทษ หลังถูกจำคุกไปแล้ว 1 ปี 6 เดือน กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายในสังคมกำลังติดตามรอดูว่าสุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
จากข้อมูลและพยานหลักฐานที่ปรากฏขึ้นใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้คดีนี้ปรากฏลับลมคมในหลายประเด็น และค่อยๆ ก่อตัวเป็นความคลุมเครือจนยากจะรีบสรุปได้ มิหนำซ้ำกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมยังแตกออกเป็นสองทาง มองนางจอมทรัพย์ เป็นทั้ง “แพะ” และ “แกะ” ประเด็นนี้คงต้องปล่อยให้การชี้ขาดเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
เหนือสิ่งอื่นใดคดีนี้ตอกย้ำสภาพปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ดังจะเห็นว่าหลัง นางจอมทรัพย์ ออกมาขอให้ฟื้นคดีนี้ขึ้นมาใหม่เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม คนจำนวนไม่น้อยเทน้ำหนักเห็นใจ นางจอมทรัพย์ พร้อมออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจที่หละหลวม
อีกด้านมีความพยายามย้อนและขุดเรื่องเก่าเกี่ยวกับจับผิดตัวในอดีตหลายคดีขึ้นมาประกอบการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าไม่มีการจับแพะแน่นอนกลับไม่ทำให้สังคมเชื่อมั่นได้ ตรงกันข้ามหลังจากมีท่าทีข่มขู่ว่าจะฟ้องกลับฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงยิ่งทำให้สังคมเข้าข้างนางจอมทรัพย์
ทั้งที่หากฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเห็นว่า มีน้ำหนักอยู่ไม่น้อยทั้งเรื่องในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนที่ถือเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้ทำสำนวนคดีนี้อย่างครบถ้วน แสวงหาพยานหลักฐานทุกด้าน พยานนิติวิทยาศาสตร์ แต่ทาง นางจอมทรัพย์ มาตามหมายเรียกและขอไปให้การในชั้นศาล
จะเห็นว่าหลังรัฐประหารที่มีความพยายามผลักดันการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านนั้น เรื่องการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมดูจะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า จำเป็นต้องมีการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน และหากไม่ใช้โอกาสที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอำนาจเบ็ดเสร็จทำเรื่องนี้แล้ว รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาคงยากจะทำได้สำเร็จ
ผ่านมาเกือบ 3 ปี การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมยังไม่เห็นความคืบหน้าที่พอจะจับต้องได้ หลายข้อเสนอยังเป็นเพียงรายงานสรุปที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จัดทำและส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี และหัวหน้า คสช.
ปรากฏการณ์ นางจอมทรัพย์ ในเวลานี้ ถือเป็นโอกาสในวิกฤตที่สะท้อนให้เห็นว่าสังคมขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ที่จำเป็นจะต้องได้รับการสะสางแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นเรื่องทำนองนี้ก็จะวนเวียนกลับมาสร้างปัญหาต่อเนื่องไปไม่จบสิ้น
ที่สำคัญปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมนั้นถือเป็นอีกหนึ่งในรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งที่สะสมมายาวนานในสังคมหากปล่อยให้เป็นปัญหาต่อไปโอกาสที่จะคลี่คลายสลายความขัดแย้งในอนาคตย่อมเป็นไปได้ยาก
ในโอกาสที่ คสช.ตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะควรจะเร่งทำให้ปฏิรูปฟื้นความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจริง







