posttoday
ชมวังสมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี

ชมวังสมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี

22 มกราคม 2560

กรมศิลปากร เชิญชวนไปทำข่าวโครงการ เที่ยวชมวัง ฟังดนตรี เมืองพระนารายณ์ ตอนชมวัง ฟังเพลงในพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9

โดย...ส.สต

กรมศิลปากร เชิญชวนไปทำข่าวโครงการ เที่ยวชมวัง ฟังดนตรี เมืองพระนารายณ์ ตอนชมวัง ฟังเพลงในพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9 ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2559 สถานที่จัดงาน คือ พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศ ที่อยู่กลางเมือง

ผมชมอาคารและสถาปัตยกรรม รวมถึงเทคโนโลยีในสมัยนั้น เช่น ตำหนักต่างๆ และการจัดการเรื่องประปาที่พระราชวังแห่งนี้ นับว่าเป็นแห่งแรกในสยามประเทศทีเดียว

ท่อน้ำประปาที่ทำจากดินเผา และแท็งก์เก็บน้ำขนาดใหญ่ยังมีให้เห็นในปัจจุบัน ส่วนอาคาร หรือพระที่นั่งต่างๆ นั้นเหลือแต่โครงสร้าง พร้อมทั้งลวดลายตกแต่ง แสดงถึงฝีมือช่างที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่ง แขกและของไทยเจือปนกัน

ชมวังสมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี

 

ที่น่าทึ่งที่สุด คือ กำแพงพระราชวังยังคงสภาพดีและแข็งแรงทั้งกำแพงชั้นในและชั้นนอก เรื่องนี้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ บอกว่า ช่วยให้พระราชวังพระรายณ์ ยังคงอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยไม่มีคนภายนอกบุกรุก แม้จะผ่านมานานกว่า 300 ปีแล้วก็ตาม

เมืองลพบุรี เดิมชื่อว่า ลวปุระ เจริญรุ่งเรืองโดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากขอม โบราณวัตถุสมัยนั้นจึงเรียกว่า สมัยลพบุรี เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 สถาปนากรุงศรีอยุธยามีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง จนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199-2231) ก็เปลี่ยนโฉมใหม่ เมื่อโปรดเกล้าฯ ให้วิศวกรชาวฝรั่งเศสและอิตาเลียนร่วมกันก่อสร้างพระราชวังเมืองลพบุรี พร้อมกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นในปี 2209 เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานว่าราชการงานเมือง ต้อนรับแขกเมือง ล่าสัตว์ จึงเสมือนเป็นราชธานีที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยา พระองค์ประทับที่ลพบุรีมากกว่ากรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งเสด็จสวรรคตที่พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ที่ตั้งอยู่ภายในพระราชวังแห่งนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2231

หลังจากนั้นพระราชวังก็ถูกทิ้งร้าง ลดความสำคัญลง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระราชวังแห่งนี้ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหมู่ตึกพิมานมงกุฎ หมู่ตึกพระประเทียบเมื่อปี 2399 และพระราชทานนามว่า พระนารายณ์ราชนิเวศ ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นศาลาว่าการจังหวัดลพบุรี ภายหลังจัดตั้งเป็นลพบุรีพิพิธภัณฑ์ ปี 2504 จึงประกาศให้เป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ชมวังสมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี

 

 สมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้น เมืองลพบุรีเป็นเมืองค้าขาย ซึ่งรวมทั้งราชสำนักได้ติดต่อค้าขายกับต่างประเทศโดยมีพ่อค้าฝรั่งเป็นตัวแทน มีชื่อเสียงว่าอาณาจักรสยามครั้งสมเด็จพระนารายณ์นั้นเป็นอาณาจักรการค้าที่สำคัญของซีกโลกตะวันออก ด้วยเป็นแหล่งผลิตสินค้าอันเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ข้าว ดีบุก หนังกวาง นอแรดและช้าง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าจากแดนใกล้เคียง เช่น การบูรจากเกาะบอร์เนียว และเกาะเซเลเบส (มากัสซาร์) ไม้ฝางจากเกาะติมอร์และเกาะสุมาตรา ไม้กฤษณาจากกัมพูชา สินค้าต่างๆ เป็นที่ต้องการของพ่อค้าอาหรับ อิหร่าน อินเดีย จีน รวมทั้งพ่อค้าคนกลางที่เป็นบริษัทต่างๆ ของยุโรป ที่แวะมาหาซื้อเพื่อนำไปขายทำกำไร

สำหรับสินค้าที่ชาวสยามนิยมซื้อจากต่างชาติ คือ อาวุธปืนจากยุโรป ทองแดงและเครื่องถ้วยชามจากจีนและญี่ปุ่น ผ้าจากอิหร่านอินเดียและจีน

สมเด็จพระนารายณ์ทรงมีกองเรือหลวง ประกอบด้วย เรือสำเภาแบบจีนและกำปั่นแบบตะวันตกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าทางทะเลด้วยเช่นกัน กองเรือหลวงของสมเด็จพระนารายณ์ได้ไปค้าขายยังดินแดนต่างๆ เช่น แถบตะวันออกกลางฝั่งโคโรมันเดล ตังเกี๋ยจีนตอนใต้ และเกาะชวาด้วย

อย่างไรก็ตาม การเมืองในสมัยสมเด็จพระนารายณ์แรงมาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะฝรั่ง เช่น ออกญาวิชาเยนทร์ ได้รับตำแหน่งสูงและมีอำนาจสั่งการ ในขณะเดียวกันคณะมิชชั่นนารีฝรั่งเศสก็เข้ามาครอบงำวิถีชีวิตในวัง จนกระทั่งพยายามชักชวนสมเด็จพระนารายณ์ให้เปลี่ยนศาสนา

ชมวังสมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี

 

มิใช่แต่เท่านั้น ออกญาวิชาเยนทร์ก็ทำการหยามหน้าบรรดาอำมาตย์ในสมัยนั้นมาก เช่น ให้พระเณรที่มีความรู้ลาสิกขามาทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก เป็นที่ขัดเคืองข้าราชการระดับสูงที่เคารพพระสงฆ์ แต่ฝรั่งมาสึกให้ไปทำงานด้วย ฝรั่งจึงเป็นที่เกลียดชังของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของไทย จึงหาโอกาสเล่นงานเสมอ แต่ไม่สบโอกาส จนกระทั่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงประชวรหนัก สมเด็จพระเพทราชาจึงประชุมยึดอำนาจทั้งหมด เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 1688 (พ.ศ. 2231) และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สวรรคตวันที่ 11 ก.ค. 1688 (พ.ศ. 2231) ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรค์

 สถานที่ทำการประชุมยึดอำนาจและประกาศเปลี่ยนแปลงองค์พระประมุขทำที่ตึกพระเจ้าเหา ที่อยู่ในวังนั่นเอง

มีด้วยหรือตึกพระเจ้าเหา คิดว่าเป็นเรื่องปรัมปรา เมื่อหาหลักฐานไม่ได้ก็ว่าตั้งแต่พระเจ้าเหา โน่นแล้ว แต่ลพบุรีมีของจริง แถมสำคัญอีกด้วย ดังข้อความที่ติดไว้ข้างตึก ว่า ตึกพระเจ้าเหา สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2209 สันนิษฐานว่า คงจะเป็นหอพระประจำพระราชวัง ชื่อพระเจ้าเหา คงจะหมายถึงพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีที่อยู่ในตึก

เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ทรงพระประชวรหนัก สมเด็จพระเพทราชาได้ใช้ตึกนี้เป็นสถานที่ประชุมขุนนาง และประกาศยึดอำนาจ

เมื่อได้ชมตึกพระเจ้าเหา ก็พบว่า สร้างแบบฝรั่งปนไทย ประตูหน้าต่างทำซุ้มเรือนแก้วฐานสิงห์ ผนังด้านสกัดสูงยันอกไก่ ตรงจั่วเจาะเป็นช่องโค้งมีกำแพงแก้วเจาะเป็นช่องสำหรับวางตะเกียงล้อมรอบตึก ด้วยเหตุว่าภายในตึกมีฐานชุกชีปรากฏให้เห็นอยู่ และบันทึกชาวฝรั่งเศสระบุว่าเป็นวัด

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง