posttoday
10 แนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2017 (จบ)

10 แนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2017 (จบ)

22 มกราคม 2560

เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดและมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

5.The Three Friends : “Cyber Resilience”, “Cyber Drill” and “Incident Response”

เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดและมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา หลายองค์กรพยายามลงทุนเพื่อป้องกันภัยและตอบสนองแนวคิดที่ว่า “พวกเราปลอดภัยหรือไม่?” (Are we secure?) แต่ยังมีภัยคุกคามไซเบอร์อีกมากมายที่เรายังไม่เคยพบมาก่อน (Unknown/Unpredictable Threat)

ดังนั้น เราจึงไม่มีทางปลอดภัย 100% ผู้บริหารจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่เป็น “พวกเรามีความพร้อมหรือไม่?” (Are we ready?) ซึ่ง “Cyber Resilience” เป็นแนวทางการเตรียมความพร้อมให้องค์กรสามารถป้องกันและตรวจจับการบุกรุกโจมตีทางไซเบอร์ก่อนที่จะส่งผลเสียต่อองค์กร

คำถามคือ เราควรทำอย่างไรที่จะขยับองค์กรจากสภาวะ “Information Security” ก้าวข้ามสภาวะ “Cybersecurity” มาเป็น สภาวะ “Cyber Resilience” ได้ คำตอบคือการปรับกระบวนการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร โดยนำ ACIS/Cybertron Cybersecurity Resilience Framework มาเป็นแนวทางรับมือ

แม้ว่าองค์กรต่างๆ จะอบรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับพนักงาน (Information Security Awareness Training) แต่ยังต้องมีการสัมผัสกับสถานการณ์จริงด้วย ซึ่งกระบวนการ “Cyber Drill” เป็นการจำลองสถานการณ์ภัยคุกคามเพื่อตรวจสอบว่าพนักงานคนใดตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามเหล่านี้หรือไม่

พนักงานคนใดยังไม่มีความตระหนักรู้ พนักงานที่ตกเป็นเหยื่อจากการทำ “Cyber Drill” ต้องอธิบายให้เข้าใจ

6.Lack of Cybersecurity Education/Awareness in Top Management

ในปัจจุบันผู้ใช้คอมพิวเตอร์มีความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กันมากขึ้น แต่ผู้ที่ยังขาดความตระหนักรู้และความเข้าใจคือผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบ IT และส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้บริหาร เป็น Decision Makers ขององค์กร จะทำอย่างไรจะให้ Decision Makers เหล่านี้ได้มีความรู้ความเข้าใจ และให้ความสำคัญในเรื่อง Cybersecurity มากขึ้น

ควรมีการพูดคุยเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในห้องประชุมผู้บริหาร แทนที่จะมาประชุมกันในห้องดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องเฉพาะในฝ่าย IT อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของทุกคน โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง

7.Hidden threat to your Privacy : Data Breach, From Hacker to Insider Threats

ปัญหาเกิดจากพนักงานหรือผู้บริหารนำข้อมูลบริษัทออกไปโดยที่เราไม่รู้ อาจจะเป็นคนในบริษัทเอง อาจจะเป็นการอัพโหลดเข้า Dropbox/Cloud Drive หรืออาจถูก Hacker เข้ามาฝัง Trojan ก็เพื่อนำข้อมูลบริษัทออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิด Data Breach สามารถทำได้โดยการจำแนกตามความสำคัญของข้อมูลในองค์กร (Data Classification) จากนั้นใช้การควบคุมให้เหมาะสมกับระดับความสำคัญของข้อมูล เช่น ข้อมูลที่สำคัญน้อยก็ให้อัพขึ้น Cloud ได้ ข้อมูล Sensitive ถ้าจะอัพขึ้น Cloud ต้องมีการควบคุมที่ดี

8.Lack of Digital Literacy (Filter Bubble Effect, Echo Chamber Effect)

ปัญหาใหญ่ของสังคมอินเทอร์เน็ต คือยังเสพข่าวสารในโลกโซเชียลไม่ถูกต้อง และไม่รู้ว่าข่าวสารเหล่านั้นถูกบิดเบือน หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลเกิดขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ เช่น ปรากฏการณ์ Filter Bubble และ Echo Chamber ซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวเรามาก แต่น้อยคนจะเข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

Filter Bubble Effect คือปรากฏการณ์ที่เกิดจากการ Search ของ Search Engine จะถูกกลั่นกรองมาก่อนนำเสนอเรา โดยที่เราไม่รู้ตัว เรา Search ข้อมูลคำเดียวกัน แต่ละคนจะได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน เกิดจาก Algorithm ของ Search Engine ในการวิเคราะห์การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียของเรา เพื่อคาดเดาในสิ่งที่สนใจล่วงหน้าจากพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียดังที่กล่าวไปแล้วในตอนต้น ซึ่งผู้ให้บริการจะเก็บข้อมูลเราไว้เพื่อการวิเคราะห์ตลอดเวลา

Echo Chamber Effect คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขณะเรามีความเคลื่อนไหวอะไรในโลกโซเชียล คนรอบข้างเรามักจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเห็นตรงกับเรา เช่น การกดไลค์ การแสดงความเห็นในเชิงบวกกันเป็นส่วนใหญ่ แต่แท้จริงแล้วเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มคนรอบข้างเราเท่านั้น เปรียบเสมือนเราพูดอยู่ในห้องปิดที่เสียงเราสะท้อนกลับมาหา บางทีเราก็คิดว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่อย่าตกหลุมพรางจากการใช้งานโซเชียลมีเดียที่ไม่ได้ไตร่ตรอง

9.Threats within “Internet of Everything” : Increasing in Massive DDoS Attack

สืบเนื่องจากอุบัติการณ์ Internet of Things/Internet of Everything กว่า 70% ของอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยังคงมีช่องโหว่อยู่ แฮ็กเกอร์สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีช่องโหว่เป็นเครื่องมือโจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) ไปยังเป้าหมายที่ต้องการได้ ทำให้เครื่องหรือทรัพยากรเครือข่ายสำหรับผู้ให้บริการที่เป็นเป้าหมายเปิดให้บริการไม่ได้

ทำให้แฮ็กเกอร์มีปริมาณจำนวนเครื่องเป้าหมายที่จะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ BotNet มีจำนวนมากขึ้น เพื่อใช้โจมตีแบบ DDoS จนอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งภูมิภาคหรือทั้งประเทศ เกิดปัญหากับ Critical Infrastructure ได้ในอนาคต

10.The Real Incident on National Critical Infrastructure Attacks : “Cyberwar is REAL”

“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” หลายประเทศได้ปรับตำราพิชัยสงครามมาใช้ทำ “สงครามไซเบอร์” โดยมีหลายประเทศกำลังทำสงครามไซเบอร์กันอยู่ เช่น สหรัฐ รัสเซีย อังกฤษ จีน เกาหลีเหนือ เป็นต้น ซึ่ง Cyberwar มีแนวโน้มมีความรุนแรงและมีความถี่มากขึ้นจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น “สงครามไซเบอร์” เป็นเรื่องจริงที่เราจะมองข้ามไม่ได้

สรุปแนวโน้ม Top Ten Cybersecurity 2017 ทั้ง 10 ข้อ จะทำให้หลายองค์กรทั่วโลกจำเป็นต้องมีการร่วมมือ และการแบ่งปันข้อมูลภายในประเทศและระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

จากแนวโน้ม Top Ten Cybersecurity 2017 ที่กล่าวมาแล้ววันนี้ ต้องถามตัวเราเองว่า “เราพร้อมรับมือกับแนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2017 แล้วหรือยัง?”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท