
สุปรีดา อดุลยานนท์ สสส.กับภารกิจเพื่อคนไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เป็นที่รู้จักในด้านการรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทย
โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เป็นที่รู้จักในด้านการรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีมากว่า 15 ปี เช่น รณรงค์ลดเลิกเหล้า บุหรี่ ลดอุบัติเหตุ ทว่าตั้งแต่ปลายปี 2557 สสส.ต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่จากการถูกตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณและสามารถผ่านมรสุมลูกนั้นมาได้เมื่อกลางปี 2559 พร้อมกับได้ สุปรีดา อดุลยานนท์ ขึ้นมารับตำแหน่งเป็นผู้จัดการ สสส.คนใหม่ น่าติดตามว่า ในปี 2560 ทิศทางขององค์กรส่งเสริมสุขภาพนี้จะเป็นอย่างไร
สุปรีดาเติบโตมาจากองค์กร สสส. ในปี 2546 เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก รับผิดชอบแผนงานด้านบุหรี่ สุรา อุบัติภัยปี 2550 เป็นรองผู้จัดการ สสส. ฉะนั้นหลักการทำงานบนเก้าอี้หัวเรือใหญ่ของผู้จัดการ สสส.ใหม่คนนี้ ยืนยันว่าจะต้องสร้างความเชื่อมั่นพร้อมกับฟันฝ่าข้อกล่าวหาความไม่เข้าใจจากทางราชการและสังคม และปรับระบบภายในทำให้องค์กรแห่งนี้เป็นผู้สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพมืออาชีพมากขึ้น
ผู้จัดการ สสส. ยอมรับว่าตั้งแต่ที่เริ่มเข้ามารับตำแหน่ง พบว่าความคืบหน้างานต่ำมากเพราะติดพันธะดังกล่าว ฉะนั้นเมื่อเข้ามาจึงได้เร่งรัดงานทั้งหมด จนกระทั่งสิ้นปีงบประมาณ 2559 ได้บรรลุผลตามแผนเกือบทั้งหมด ยอมรับว่าปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงที่ยากลำบาก แต่ก็สามารถฟันฝ่ามาได้
ทิศทางการทำงานของ สสส.ในปี 2560 จะต้องเดินตามกรอบเป้าหมายทิศทางใหญ่ของแผน 10 ปี ที่ถูกกำหนดล่วงหน้าไว้แล้ว ประกอบด้วย ตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี (ปี 2560-2563) จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดจำนวนของผู้สูบบุหรี่ให้ได้ 3 ล้านคน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท หลังจากที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่เมือง
สุปรีดา ระบุว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผลสำรวจพบว่ามีจำนวนผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นจึงต้องมีการผลักดันทั้งระดับปฏิบัติและนโยบายมหภาค ซึ่งสุราก็จะเดินหน้าต่อเพราะเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์ทางด้านมิติวัฒนธรรมในสังคม จากเดิมรณรงค์งดเลิกเหล้าช่วงเข้าพรรษา ก็จะก้าวต่อโดยจะสร้างแกนนำระดับชุมชนต่างๆ ภายใต้ชื่อชมรมคนหัวใจหินเพื่อช่วยรณรงค์เลิกดื่มสุราในระดับชุมชน
นอกจากนี้ ยังจะสานงานต่อในด้านการส่งเสริมพฤติกรรมกิจกรรมทางกาย ให้ประชาชนหันมาใส่ใจการออกกำลังกายมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่มเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เนื่องจากขณะนี้พบว่า โรคที่คร่าชีวิตคนไทยสูงถึง 73% ต่อปี ไม่ใช่โรคติดต่อเรื้อรังอีกต่อไป แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของคนไทย เช่น พฤติกรรมอยู่นิ่งหน้าคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการที่จะทำให้ร่างกายเคลื่อนไหว จึงเป็นอีกวิธีที่จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรค เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีประกาศให้มีการออกกำลังกายทุกวันพุธ ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดี
ขณะที่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส หรือผู้พิการจะเข้าไปดูแลโดยเฉพาะการลดช่องทางกฎหมายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ และการเดินทางไปทำงาน ดังนั้นจึงจะมีการร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ประชาสังคม และท้องถิ่น เพื่อหาทางให้เกิดการจ้างงานกับกลุ่มผู้พิการทางอ้อม ส่วนการรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะร่วมผลักดันเชื่อมต่อการทำงานหลายด้านให้ต่อเนื่อง อาทิ ส่งเสริมระบบกองทุนการออม ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ และสร้างรูปแบบการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้เหมาะสม
สุปรีดา เปิดเผยว่า ปัญหาอุปสรรคที่ต้องระมัดระวัง สสส.ถือเป็นองค์กรรัฐแบบใหม่ที่ถูกตั้ขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างกลไกในส่วนงานราชการที่เคยมี แต่ช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับแก้กฎระเบียบที่เริ่มมีความคล้ายคลึงกับระบบราชการมากขึ้น ฉะนั้นการที่ สสส.มีความแข็งตัวแบบราชการมากขึ้น อาจทำให้วัตถุประสงค์ที่จะเสริมจุดอ่อนของราชการทำได้ลดน้อยลง
สำหรับการบริหารงบประมาณของ สสส.ปี 2560 ที่ได้รับการสนับสนุนมาจำนวน 4,165 ล้านบาท ถูกแบ่งออกดังนี้ ส่วนแรก นำไปใช้บริหารจัดการภายในองค์กรจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มาก และส่วนที่สอง นำไปสนับสนุนภาคีเครือข่ายที่มีทั้งรายเล็กและรายใหญ่เฉลี่ยประมาณ 2,000 กว่าโครงการต่อปี เพื่อให้ตอบสนองงานทั้ง 15 ด้าน อาทิ บุหรี่ เหล้า อุบัติเหตุ กิจกรรมทางกาย ที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไป
ขณะที่การอนุมัติโครงการของ สสส. สุปรีดา ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาจะไม่ใช้ผู้มีอำนาจในตำแหน่งเป็นผู้อนุมัติแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่จะใช้กระบวนการกลั่นกรอง 2 ชุด คือ ชุดแรก จากผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการระดับสูงของประเทศในแต่ละด้านที่มีมากกว่า 1,000 รายชื่อ ในการพิจารณากลั่นกลอง รวมถึงมีคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคอยพิจารณาดูนโยบายทั้ง 15 แผนอีกชั้น
หลังจากนั้นเมื่อโครงการถูกอนุมัติแล้ว จะมีระบบเบิกจ่ายเงินเป็นงวดๆ ที่พิจารณาพร้อมกับผลงานที่จะต้องส่งเข้ามาเพื่อรับการประเมินผลก่อนได้รับเงินก้อนต่อไป ดังนั้นมั่นใจได้ว่าโครงการของ สสส.มีระบบความโปร่งใสที่สูงมาก
ผู้จัดการ สสส. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาสังคมอาจมองว่าองค์กร สสส. ซึ่งทำหน้าที่รณรงค์ลดเลิกเหล้า บุหรี่ แต่ทำไมยังเห็นมีจำนวนมากอยู่ เนื่องจากสังคมรับทราบข้อมูลที่ไม่เท่ากัน ส่วนหนึ่งเพราะการรณรงค์ที่ผ่านมาพยายามทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาวิกฤต โดยบอกถึงสถิติภาพรวมเยอะขึ้น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับช่วง 7 วันอันตรายเมื่ออดีตที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตครั้งละ 900 คน แต่ปัจจุบันลดลงอยู่ในระดับที่ 300 คน
สุปรีดา ทิ้งท้ายว่า อนาคตของ สสส.จะต้องเดินตามทิศทางมหภาคของโรคตามที่องค์การสหประชาชาติตั้งเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้ง 17 ด้าน ให้สอดคล้องกับการสร้างเสริมสุขภาพที่ สสส.ยึดถือมาตั้งแต่เริ่มต้น จึงหวังว่า สสส.จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น เพื่อให้เป็นองค์กรที่เปรียบเสมือนเครื่องมือในการบริการระบบสุขภาพแบบใหม่ของประเทศ







