
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (82)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ โดยได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง เพื่อทรงนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในโครงการตามพระราชดำริต่างๆ ด้วยทรงตระหนักถึงประโยชน์และความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะนำมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเกื้อกูลกิจการต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะช่วยเสริมสร้างโอกาส คุณภาพ และศักยภาพของเด็กไทยในชนบทในการศึกษาเรียนรู้ เด็กเจ็บไข้ได้ป่วย ผู้พิการ ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ได้ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการเรียนรู้และประกอบอาชีพต่อไป ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2538 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ความตอนหนึ่งว่า
“เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ Information Technology หรือ IT ก้าวหน้าไปมาก คอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ประมวลข้อมูลในทุกๆ ด้าน ทุกสาขาวิชา ชีวิตของผู้คนต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น คงจะหายากที่ว่าทำอะไรแล้วไม่ใช้คอมพิวเตอร์ การเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์จึงมีประโยชน์ ผู้ที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ หรือมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิชาชีพใด จะได้เปรียบกว่าคนอื่นหางานทำได้ง่าย”
จากความสนพระราชหฤทัยในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที (Information Technology, IT) และการที่ทรงได้ลงมือศึกษาและใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวด้วยพระองค์เอง ทำให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล็งเห็นถึงศักยภาพและประโยชน์ของเทคโนโลยีต่องานพัฒนาประเทศในหลากหลายด้าน และได้มีพระราชดำรัสกับผู้ถวายงานถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานโครงการพระราชดำริที่ทรงดำเนินการอยู่ คณะผู้ถวายงานนำโดย วิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ และ ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ จึงได้หารือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถึงการออกสลากการกุศลงวดพิเศษ เพื่อนำเงินที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้ในการดำเนินโครงการตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ดำเนินการและมอบให้รัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวายเงินที่ได้จากการออกสลากการกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงได้เกิดโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ขึ้นในปี 2539
การดำเนินงานโครงการ มีคณะกรรมการอำนวยการโครงการ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นประธานกรรมการ มีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นฝ่ายเลขานุการ ทำหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ และ/หรือหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เสนอแนะและประสานการจัดทำโครงการศึกษาวิจัยเพื่อสนองพระราชดำริฯ รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด
ปัจจุบันโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ มีการดำเนินงานมากกว่า 18 ปี โดยดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม มีผลงานเชิงประจักษ์ในหลากหลายด้าน ที่สำคัญได้แก่ การพัฒนาการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในชนบท การพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของผู้พิการ การพัฒนาการศึกษาและส่งเสริมนันทนาการแก่เด็กป่วยในโรงพยาบาล และการพัฒนาการศึกษาวิชาชีพแก่ผู้ต้องขัง ตลอดจนเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในฐานะองค์ประธานโครงการฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานแนวพระราชดำริ แนวทางการดำเนินงาน และทรงติดตามงานในโครงการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องสม่ำเสมอ ที่สำคัญทรงบริหารการใช้เงินทุนทรัพย์ทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า
โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมราชจักรีวงศ์ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่างๆ ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และสวัสดิการสังคม รวมถึงส่งเสริมการกระจายรายได้และเพิ่มโอกาสในการอาชีพ โดยการนำข้อมูล ข่าวสาร และความรู้สู่เยาวชนและประชาชนในชนบทห่างไกล และส่งเสริมงานวัฒนธรรมของชาติ
สำหรับกิจกรรมหลักของโครงการ ประกอบด้วย การสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่โรงเรียนและหน่วยงานในโครงการ การสนับสนุนสื่อการเรียนการสอน การพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการประยุกต์ใช้แก่บุคลากร เด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความเท่าเทียมในโอกาสทางการศึกษาและการอาชีพมากขึ้น โดยการดำเนินงานมุ่งที่การพัฒนากลุ่มเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ โรงเรียนในชนบท ผู้พิการ เด็กป่วยในโรงพยาบาล และผู้ต้องโทษคุมขังในเรือนจำทัณฑสถาน หรือเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ
ตัวอย่างโครงการต่างๆ ในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ดังเช่น เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนในชนบท โครงการจัดทำเนื้อหาระบบ e-Learning ของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล และโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาผู้ต้องขังด้วย







