posttoday
รับมือเชิงรุก

รับมือเชิงรุก

22 มกราคม 2560

สาระสำคัญของสุนทรพจน์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ภายหลังพิธีการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45

สาระสำคัญของสุนทรพจน์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ภายหลังพิธีการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 อยู่ที่ประโยคเดียว แม้ว่าจะไม่แตกต่างจากคำให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมา เพียงแต่พูดให้ชัดเจนขึ้น ด้วยคีย์เวิร์ดที่ว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” แต่ก็นำมาสู่แนวนโยบายที่แข็งกร้าวหลายด้าน รวมถึงการค้าระหว่างประเทศที่สหรัฐเป็นคู่ค้าหลักของไทยประเทศหนึ่ง แม้จะด้วยสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐเพียง 10% ของมูลค่าการส่งออกก็ตาม

นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ทำให้แถลงการณ์ภายหลังพิธีสาบานตนที่ว่าสหรัฐจะถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) น่าจะส่งผลดีต่อประเทศไทย เพราะทำให้ความเสียเปรียบที่เคยมีกับประเทศที่เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าวไปก่อนหน้านี้หดหายไปบ้าง ทั้งในเรื่องการดึงดูดการลงทุน และการค้าระหว่างกันในกลุ่ม

แต่แถลงการณ์ฉบับเดียวกัน ก็ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่แข็งกร้าวและเป็นธรรม จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจสหรัฐให้ขยายตัว นำงานกลับคืนสู่สหรัฐ นายโดนัล ทรัมป์ ย้ำด้วยว่า ข้อตกลงการค้าใหม่ๆ ของสหรัฐต่อไปต้องแน่ใจว่า จะยึดถือผลประโยชน์ของแรงงานชาวอเมริกันเป็นสำคัญ

ขณะที่ สุนทรพจน์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐจะดำเนินกฎง่ายๆ เพียง 2 ข้อ คือ ซื้อสินค้าอเมริกันและจ้างชาวอเมริกัน

ทั้งหมดนี้อาจจะทำให้ความหวังของไทยที่จะรวมกลุ่มกับประเทศอาเซียน เปิดเจรจาข้อตกลงการเปิดเสรีการค้ากับสหรัฐ ต้องคิดหนัก และมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น โอกาสการเสียเปรียบต่อสหรัฐอาจจะมีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการค้าระยะยาวของไทยและกลุ่มอาเซียน ไม่นับรวมจีนที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวและส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยและอาเซียนตามไปด้วย

นอกจากนี้ ก่อนการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี นายโดนัลทรัมป์ ได้พูดถึงแนวนโยบายบางอย่างที่ขัดแย้งกันเอง และไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ เช่น การต้องการให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง ในขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว ดึงดูดให้เงินลงทุนไหลกลับเข้าสหรัฐ ที่จะส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐมีทิศทางแข็งค่ามากกว่าอ่อนค่า

แม้แต่ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังออกมาส่งสัญญาณเตือนภาคเอกชนของไทยให้ติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและป้องกันความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง เพราะคาดว่านโยบายเศรษฐกิจของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก และสร้างความผันผวนให้ตลาดเงิน ตลาดทุน ในระยะสั้นนี้

อย่างไรก็ตาม นอกจากภาคเอกชนที่จะต้องเตรียมรับมือแล้ว รัฐบาลเองก็ต้องไม่ประมาท เพราะแนวนโยบายสหรัฐที่กลับทิศจากเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเข้ามากระทบต่อประเทศไทยได้หลายด้าน โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคาดหวังว่า การส่งออกปีนี้จะโตได้ 3-3.5% มาช่วยพยุงเศรษฐกิจระดับหนึ่ง

รัฐบาลโดยทีมเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องมีการหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อจับสัญญาณนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ และวางมาตรการเชิงรุกรองรับทางด้านการค้าที่จะต้องให้มีความเสียเปรียบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จากนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” รวมถึงลดทอนความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุน ด้วย

โดยรัฐบาลสามารถร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน ที่ไม่ใช่เอกชนเฉพาะบางกลุ่ม แต่ต้องกระจายข้อมูลและมาตรการที่จะออกมารองรับให้ทั่วถึง และได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับแรงกระแทกจากปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้อย่างทันท่วงที และลดทอนความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท