
ดึงการเมืองร่วมปรองดอง
ประวิตรเผยรายชื่อสัปดาห์หน้า ขอ3เดือนรับฟังความเห็น เพื่อไทยจัดทัพเจรจา
ประวิตรเผยรายชื่อสัปดาห์หน้า ขอ3เดือนรับฟังความเห็น เพื่อไทยจัดทัพเจรจา
โพสต์ทูเดย์ - พล.อ.ประวิตร ดึงทุกกลุ่มการเมืองร่วมกรรมการปรองดอง ใช้เวลา 3 เดือน รับฟังความเห็น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้ารายชื่อของคณะกรรมการปรองดองและสมานฉันท์จะแล้วเสร็จและสามารถเปิดเผยได้
“คณะกรรมการชุดนี้ ผมต้องพิจารณาว่าจะเชิญกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองใดบ้าง โดยพยายามให้ทุกกลุ่มเข้ามาพูดคุยหารือ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
สำหรับการหารือจะเริ่มจากพรรค การเมืองก่อน ยืนยันว่า การที่คณะกรรมการมีแค่คนในกองทัพไม่ใช่ปัญหา เพราะกองทัพเป็นกลาง ทหารไม่มีความขัดแย้งกับใคร และคณะกรรมการก็ไม่ใช่เด็กๆ ล้วนแต่เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น
“เราจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการรับฟังข้อคิดเห็นทั้งหมด ไม่ใช่ว่ากระบวนการเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน จากนั้นนำความคิดเห็นต่างๆ มาเผยแพร่และเข้าสู่กระบวนการต่อไป” พล.อ.ประวิตร กล่าว
พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการอำนวยการการปรองดอง กล่าวว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นฝ่ายต่างๆ จะสรุปข้อเสนอทั้งหมดทำเป็นข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาชัดเจนได้ ต้องรอดูข้อมูลที่จะได้รับก่อน ยืนยันการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การซื้อเวลา ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน
ด้าน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) กล่าวว่า วันที่ 1 ก.พ.นี้จะเป็นวันดีเดย์ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กช็อปเพื่อปฏิรูป วิป 3 ฝ่ายเป็นวิปเพื่อการปฏิรูป
ทั้งนี้ จะมีการหารือระหว่างแม่น้ำ 3 สาย คือ ประธาน สนช. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. พร้อมด้วยประธานกรรมาธิการราว 12-13 คณะ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สำหรับฝ่ายรัฐบาลนำโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย
“การทำงานปฏิรูปจากนี้ไปจะต้องตอบโจทย์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากไว้ คือ เร่งการทำงานปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ เพราะต้องบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นายสุวิทย์ กล่าว
เลขา ปยป. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทาบทามนายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี หรือ PMDU หรือมินิคาบิเน็ต เพราะเชี่ยวชาญปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนกลไกภาครัฐอย่างดีเยี่ยม
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การร่วมสร้างความปรองดองเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันทำให้เกิดขึ้น เพราะเป็นหนทางที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหา
“พรรคได้หารือกับหัวหน้าพรรคและได้มอบหมายให้นายโภคิน พลกุล นายชัยเกษม นิติสิริ นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาและติดตามเรื่องนี้ต่อไป” นายภูมิธรรม กล่าว







