posttoday
ปฏิรูปความยุติธรรม

ปฏิรูปความยุติธรรม

21 มกราคม 2560

กรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ซึ่งถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก

กรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ซึ่งถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกฐานขับรถชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นอีกกรณีสำคัญที่เขย่ากระบวนการยุติธรรม เมื่อนางจอมทรัพย์ร้องเรียนต่อศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดแต่ถูกตัดสินจำคุก

เรื่องคดีกำลังเข้าสู่กระบวนการ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะนัดสืบพยานในวันที่ 8-10 ก.พ.นี้ เพื่อส่งสำนวนการสอบพยานให้ศาลฎีกาพิจารณาว่า พยานหลักฐานใหม่ที่ฝ่ายนางจอมทรัพย์เสนอต่อศาลนั้น มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่หรือไม่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากท่าทีของฝ่ายต่างๆ ในเรื่องนี้ ทำให้ต้องตั้งคำถามว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นมีเป้าหมายเพื่อสิ่งใด ระหว่างการปกป้องสิทธิ หรือการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

องค์กรตำรวจในฐานะต้นธารกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้ให้ความกระจ่างในประเด็นการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีว่าสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ แต่ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับพุ่งเป้าไปยังประเด็นกระบวนการสร้างพยานเท็จเพื่อหวังประโยชน์มหาศาลจากเงินชดเชย

จริงอยู่ที่สำนวนคดีในชั้นพิจารณาของศาลนั้น พนักงานสอบสวนจะเขียนสำนวนระบุหมายเลขทะเบียนรถอย่างครบถ้วน แต่หากฟังจากปากคำนางจอมทรัพย์ซึ่งระบุว่า ในหมายเรียกของพนักงานสอบสวนระบุรถคนละสีและยี่ห้อกับรถของเธอ ซึ่งข้อสงสัยต่อการทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนในขั้นต้นนี้ ยังเป็นที่คลางแคลงสงสัยว่าได้สืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเพียงพอ มีน้ำหนักพอที่จะตั้งข้อหากับผู้ต้องสงสัยแล้วหรือไม่

นอกเหนือไปจากการส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเรื่องการสร้างพยานเท็จแล้ว หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหวังที่จะดำรงความเป็นต้นธารกระบวนการยุติธรรมที่ทรงประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือแล้วก็ควรต้องหาข้อเท็จจริง ไขข้อสงสัยการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนให้กระจ่างควบคู่กันไปด้วย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายในกระบวนการยุติธรรมต้องช่วยกันคิด คือ เป้าหมายกระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นคือสิ่งใด ลงโทษผู้กระทำผิดหรือปกป้องรักษาสิทธิ แน่นอนว่าผู้ถูกกระทำหรือเหยื่ออาชญากรรมนั้นต้องได้รับการเยียวยา และผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ แม้มิอาจก้าวล่วงถึงการพิจารณาของศาลยุติธรรม แต่ภาษิตกฎหมายที่ว่า ปล่อยคนผิด 10 คน ดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว ก็เป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก ดังเช่นศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ตัดสินยกฟ้องเนื่องจากประเด็นรอยครูดด้านซ้ายของรถไม่สอดคล้องกับลักษณะการขับแซงและเฉี่ยวชนกับรถของผู้ตาย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทำอย่างไรจะให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้ไม่ต้องปล่อยคนผิดและลงโทษคนบริสุทธิ์ และทำอย่างไรให้ผู้ถูกกระทำ หรือเหยื่ออาชญากรรมได้รับการเยียวยา บรรเทาผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยปราศจากการเข้ามาแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง

การปฏิรูปปรับปรุงแต่เฉพาะองค์กรใดหรือสายงานใด แม้มีประโยชน์แต่ก็น้อยกว่าทุกฝ่ายทุกภาคส่วนตระหนักร่วมกันถึงความไม่สมบูรณ์และร่วมกันแก้ไข เพื่อให้สามารถเดินร่วมทางกันไปสู่จุดหมายเดียวกัน นั่นคือความยุติธรรมให้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท