
ประเพณีในกระบวนการทางการเมือง
โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว
โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว
เคยสงสัยไหมครับว่ากระบวนการทางการเมืองทั้งในด้านแนวปฏิบัติหรือการจัดการทางด้านกายภาพในการเมืองและกระบวนการทางการเมืองของหลายๆ ประเทศนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร
หลายคนอาจจะสงสัยเป็นต้นว่า ทำไมห้องประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศอังกฤษจึงจัดที่นั่งให้หันหน้าเข้าหากัน หรือเคยทราบไหมครับว่า วุฒิสมาชิกของประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐจะไม่มีสิทธิและหน้าที่ในการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินและงบประมาณเลย หรือทำไมวันเลือกตั้งของประเทศสหรัฐจึงถูกกำหนดไว้ให้เป็นวันอังคารในสัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย.ของทุกปี
การที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศอังกฤษถูกจัดให้ที่นั่งในการประชุมสภาเป็นรูปแบบของการหันหน้าเข้าหากันนั้น เกิดขึ้นเพราะในการประชุมครั้งแรกๆ ของสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษนั้นถูกจัดขึ้นในห้องประชุมที่มีในลักษณะของโถงแนวยาว ดังนั้นการจัดที่นั่งจึงต้องจัดในแบบที่สองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันในแนวยาวและมีโต๊ะตรงกลางเพื่อเป็นโต๊ะทำงานและแท่นสำหรับการออกมาอภิปราย ไม่ได้เกิดจากระบบการปกครองแบบรัฐสภาที่มีสองพรรคการเมืองหลักจึงจัดให้นั่งหันหน้าแบ่งฟากเข้าหากันแต่อย่างใด
ที่สำคัญ ความน่าสนใจของการจัดที่นั่งในสภาของรัฐสภาอังกฤษนั้นไม่ได้จัดที่นั่งให้ครบจำนวนของ สส.เต็มจำนวนทั้งสภา โดยมีเหตุผลที่ว่าเพราะเรื่องที่ประชุมในสภาบางเรื่องอาจจะไม่มีประโยชน์ที่ สส.จากบางเขตบางพื้นที่จะเข้าประชุม นั่นคือ สส.ควรเข้ามาประชุมในการพิจารณาเรื่องในที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่และประชาชนในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ซึ่งไม่ได้หมายความว่า สส.ไม่ต้องเข้าประชุมและไม่ต้องทำอย่างอื่น แต่ สส.อาจจะใช้เวลานั้นไปประชุมคณะกรรมาธิการหรือคณะประชุมอื่นๆ แต่เมื่อต้องมีการลงมติในร่างกฎหมายหรือเรื่องพิจารณาอื่นๆ ก็จะมีการส่งสัญญาณให้มาลงมติ
และหลายคนอาจไม่ทราบว่า วุฒิสมาชิกของประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐนั้นไม่มีสิทธิในการลงมติในร่างกฎหมายงบประมาณและการเงิน ด้วยความคิดและการถือประเพณีปฏิบัติที่มีที่มาจากที่มาของการมาดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกของทั้งสองประเทศ
ในกรณีของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าสภานี้ได้ถูกเรียกว่าเป็น “สภาขุนนาง” เพราะการที่จะมาดำรงตำแหน่งในสภานี้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่จะมาจากการแต่งตั้งและผู้ที่ถูกแต่งตั้งจะต้องมีศักดิ์เป็นขุนนางและตำแหน่งนี้จะมีการสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือด เช่นนี้แล้วหากมองในแง่ของความเชื่อมโยงกับประชาชนแล้วก็จะไม่มีเลย และเพราะความไม่เชื่อมโยงกับประชาชนนี้เอง สิทธิและหน้าที่ในการพิจารณากฎหมายงบประมาณจึงไม่ได้เป็นของสภาขุนนาง สภาขุนนางที่เป็นคนที่ไม่ได้ถูกเลือกตั้งมาจากประชาชนจึงไม่มีสิทธิที่จะมามีส่วนให้ความเห็นหรือวินิจฉัยในเรื่องนี้ได้
ในส่วนของประเทศสหรัฐ การที่วุฒิสมาชิกไม่มีหน้าที่ในการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ ก็ด้วยเหตุผลของความเชื่อมโยงและใกล้ชิดประชาชนในการทำงานกับประชาชนมากกว่า สว. ยิ่งไปกว่านั้นเพราะการมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของ สส.ของสหรัฐ มีกำหนดเพียง 2 ปีจึงมองว่า สส.จะมีการตอบสนองและตอบรับกับความต้องการของประชาชนอยู่เสมอ เพราะการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้นอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ไม่นาน ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องของงบประมาณจึงเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร
ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีของประเทศอังกฤษ แม้หน้าที่หลักของสภาขุนนาง คือ การกลั่นกรองกฎหมายหรือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและ สส. แต่ประเพณีในกระบวนการปฏิบัติของอังกฤษ คือ หากนโยบายใดที่พรรคการเมืองได้บรรจุไว้ในนโยบายการหาเสียงแบบเป็นทางการ การนำนโยบายหาเสียงนั้นมาปฏิบัติผ่านการออกกฎหมายหรือนโยบายของประเทศจะไม่ถูกกลั่นกรองจากสภาขุนนางเพราะถือว่าเป็นเสียงประชามติและความต้องการจากประชาชน
กับเรื่องที่ได้เล่ามาในย่อหน้าที่ผ่านมา ได้นำมาสู่การย้อนคิดถึงการออกแบบสถาบันทางการเมือง รวมทั้งระบบและกระบวนการทางการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้น
หลายครั้งที่คำอธิบายของการออกแบบสถาบันทางการเมืองของประเทศไทยมักจะมาจากว่าเราได้นำมาจากประเทศอื่นๆ ที่ได้ปฏิบัติแล้วเกิดผลสำเร็จ ดังนั้นจึงนำมาใช้ในประเทศด้วยความคาดหวังที่จะไปสู่ความสำเร็จในแบบเดียวกัน
การอธิบายและการออกแบบด้วยความคาดหวังเช่นนี้เป็นการอธิบายและมีความหวังที่ไม่ถูกต้องมากนัก เพราะหลายๆ ครั้งที่ระบบและรูปแบบการเมืองของประเทศอื่นๆ นั้นเกิดจากการนำเอาประเพณี ความคิด ความเชื่อที่เป็นฐานคิดของประเทศมาปรับให้เป็นแนวปฏิบัติทางการเมืองที่สำคัญ แนวคิดและฐานคิดเหล่านี้มักจะมีความเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ การนำเอารูปแบบมาใช้โดยไม่ได้มองว่าฐานคิดที่เป็นที่มาของรูปแบบและกระบวนการเหล่านั้นเป็นไปได้ดีกับแนวคิดและฐานคิดทางประเพณีของประเทศเราหรือไม่
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการนำแนวปฏิบัติในกระบวนการทางการเมืองของประเทศอื่นๆ จะไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้เลย อย่างน้อยจากแนวทางการทำงานของสภาขุนนางของประเทศอังกฤษในเรื่องของการละเว้นการกลั่นกรองแนวนโยบายการบริหารประเทศ หากแนวนโยบายนั้นได้รับฉันทามติจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
ในแนวทางนี้อาจเป็นทางออกของความกังวลของพรรคการเมืองและนักการเมืองต่อแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ความกังวลตั้งอยู่บนความไม่แน่ใจว่านักการเมืองจะไม่สามารถเสนอหรือนำแนวทางนโยบายที่ไม่ได้ไปในแนวทางเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติมาใช้บริหารประเทศไม่ได้เลย ดังนั้น เมื่อมีการนำยุทธศาสตร์มาใช้แล้วประชาชนเห็นว่าอยากจะได้แนวทางทางเลือกคู่ขนาน พรรคการเมืองก็อาจเสนอทางเลือกนั้นโดยบรรจุลงในแนวนโยบายของพรรคอย่างเป็นทางการ แล้วหากพรรคการเมืองนั้นชนะการเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นโยบายที่เสนอก็ควรที่จะถูกนำมาปฏิบัติได้
หลายครั้งที่กระบวนการทางการเมืองมีที่มาจากประเพณีและฐานคิดทางสังคมของแต่ละประเทศ การมีที่มาที่ไปในกระบวนการทำให้การปฏิบัติของคนที่เข้ามาร่วมในกระบวนการมีความลื่นไหลและบรรลุเป้าประสงค์ แต่หากการนำเข้ากระบวนการที่ขัดกับประเพณีและฐานคิดของสังคม การติดขัดเพราะเกิดจากความไม่เข้าใจและความรู้สึกต่อต้านก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้







