
ย้อนรอย...โดนัลด์ เจ ทรัมป์
20 ม.ค.นี้ โดนัลด์ เจ ทรัมป์ จะเข้าสาบานเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของประเทศสหรัฐอเมริกาแบบที่จะไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง ยกเว้นแต่พระเจ้าเท่านั้น
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย
20 ม.ค.นี้ โดนัลด์ เจ ทรัมป์ จะเข้าสาบานเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของประเทศสหรัฐอเมริกาแบบที่จะไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง ยกเว้นแต่พระเจ้าเท่านั้น โดยเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งเป็นผู้นำสหรัฐที่โลกฮือฮาและรู้จักมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะด้วยนโยบายขวาจัดสุดโต่ง พูดจาโผงผาง แต่กลับเป็นที่ชื่นชอบของคนสหรัฐ แต่สำหรับประเทศต่างๆ ในโลกล้วนมีความกังวลต่อนโยบายในช่วงหาเสียง หากทำจริงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ดุลอำนาจ และความมั่นคงของโลกปั่นป่วน
อันที่จริงคนสหรัฐไม่ใช่จะชอบทรัมป์เท่าใดนัก แต่ตัวเลือกมีเพียง ฮิลลารี คลินตัน ซึ่งสำหรับคนไทยดูจะสมาร์ท แต่คนรุ่นใหม่ของสหรัฐไม่ชื่นชอบ เมื่อต้องเลือกชัยชนะจึงเป็นของทรัมป์ ซึ่งดูแล้วก็คล้ายๆ กับบ้านเรา เหตุการณ์ของสหรัฐอเมริกาในช่วงนี้มีอะไรคล้ายกับไทยหลายอย่าง เช่น มีผู้นำพูดจาโผงผางแบบไม่ต้องแปล อัดสื่อมวลชนคำต่อคำแบบไม่ต้องเกรงใคร ขนาดสื่อดังระดับโลกอย่าง CNN ยังถูกท้าชน
การชนะเลือกตั้งของทรัมป์แบบช็อกคนอเมริกันทำให้กลุ่มเชียร์ฮิลลารีรับไม่ได้ แตกแยกทางความคิดเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสื่อ ชาวบ้าน นักธุรกิจ นักแสดง ออกมาทะเลาะกันหน้าจอโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตไปทั่วโลก หลังสาบานตนเป็นประธานาธิบดีในวันศุกร์นี้ตามเวลาของไทย นัยว่าจะมีการเดินขบวนครั้งใหญ่ในหลายเมือง แม้แต่ในวันดังกล่าว นักร้อง-นักดนตรีบางคนปฏิเสธรับไม่ได้ที่จะเล่นให้ทรัมป์ฟังขนาดต้องเปลี่ยนวงดนตรีเลยทีเดียว
สำหรับงานนี้อาจสะใจคนไทยบางคน เพราะแต่ก่อนสหรัฐบอกว่าคนไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง คราวนี้เจอเข้ากับตัวเองคงพูดไม่ออก เพราะเป็นเจ้าตำรับประชาธิปไตยของโลก
ลองย้อนรอยทรัมป์บอกได้เลยว่าประวัติไม่ธรรมดา รวยมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ซึ่งเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทรัมป์ประสบความสำเร็จในอาชีพตั้งแต่อายุไม่มาก เป็นมหาเศรษฐีของสหรัฐ เป็นเจ้าของธุรกิจมากมาย เช่น อาคารทรัมป์ทาวเวอร์สูงระฟ้าหลายแห่งทั้งในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย มีธุรกิจโรงแรมและกิจการกาสิโนแบบ 5 ดาว เจ้าของสนามกอล์ฟดังๆ ระดับโลกอยู่ในหลายประเทศ เขาคุยว่ามีทรัพย์สินมากกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ตัวเลขจริงอาจเพียงครึ่งเดียว เขาเป็นนักเขียนหนังสือหลายสิบเล่ม บางเล่มมีการแปลหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทย ทรัมป์ยังเป็นนักแสดงรายการยอดฮิตทางทีวีต่อเนื่องหลายปีขนาดได้รับเกียรติมี “ดาวชื่อ” ของตัวเองอยู่ใน Hollywood Walk of Fame ซึ่งจะมีได้เฉพาะสุดยอดดาราดังของฮอลลีวู้ดเท่านั้น
หากจะรู้แนวคิดของทรัมป์ว่าเป็นคนอย่างไร ที่พูดตอนหาเสียงจะทำจริงไหม ต้องย้อนรอยจากหนังสือที่เขาเขียนมาหลายปี ซึ่งทรัมป์ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว กล้าได้กล้าเสีย เชื่อมั่นสัญชาตญาณของตนเองว่าเป็นคนดวงดี เป็นคนเฮง ทำอะไรก็ขึ้น หลายโครงการเป็นการลงทุนแบบใช้จังหวะและเสี่ยงดวง ในด้านความเป็นนักสู้ เขาเป็นคนเต็มร้อย เป็นคนที่ไม่ติดกรอบในกฎเกณฑ์ต่างๆ
แนวคิดของทรัมป์จากหนังสือที่เขาเขียน รู้ว่าหากมีใครมาตอแยหาเรื่อง เขาจะโต้ตอบทันทีอย่างรุนแรงเพื่อให้คนอื่นต้องคิดให้ดีก่อนมากวนใจ เห็นได้จากการตอบโต้ทวิตเตอร์แบบเผ็ดมันถึงพริกถึงขิง ส่วนที่ใครกังวลว่าเมื่อเป็นประธานาธิบดีแล้วจะไม่เชื่อฟังทีมที่ปรึกษา ทรัมป์เขียนในหนังสือว่าที่ปรึกษาคืออาจารย์ดีๆ แต่ต้องเลือกคนเก่ง ต้องฟังที่พวกเขาพูด แต่การตัดสินใจอยู่ที่ตัวเขาเอง
ผมเขียนเรื่องราวย้อนรอยทรัมป์เพื่อให้เห็นแนวคิด เมื่อไปเป็นผู้นำประเทศระดับอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐเขาจะกล้าทำอย่างที่พูดไว้หรือไม่ เริ่มตั้งแต่จะไปหาปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยทบทวนบทบาทของนาโต้ (NATO) ซึ่งเป็นความร่วมมือทางทหารของค่ายตะวันตกยืนนานมากว่า 50 กว่าปี ซึ่งทรัมป์บอกว่าล้าสมัยแล้ว แถมยังสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ในยูโรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเหมือนกับอังกฤษ และจะทบทวนด้านการค้าเสรีกับทุกประเทศ ซึ่งได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ และมีท่าทีจะเป็นคู่กัดกับจีนต่อกรณีปัญหาไต้หวันและทะเลจีนใต้
จึงไม่แปลกว่านโยบายแผลงๆ กอปรกับคนที่กล้าทำอะไรแบบเสี่ยงและกล้าได้กล้าเสียอย่างทรัมป์ ทำให้หลายประเทศในโลกปรับตัวไม่ทัน เพราะไม่รู้ว่าคุณท่านจะเอาอย่างไรกันแน่ แต่จากวิธีการคิดของเขาที่ผ่านมาก็สามารถมองเห็นนโยบายสหรัฐภายใต้ผู้นำคนใหม่ สำหรับประเทศไทยตัวเล็กๆ ประธานาธิบดีคนใหม่อาจไม่มีเวลามาตอแย สู้เดินหน้าโรดแมปปรองดองตามกรอบของ ปยป. ไว้เป็นตัวอย่างให้สหรัฐมาดูงาน...จริงไหมครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







