
อย่ามวยล้ม
เมื่อหลักฐานการทุจริตชัดขนาดนี้แล้ว ก็หวังว่าการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ที่บริษัท โรลส์-รอยช์ จ่ายสินบนให้กับอดีตข้าราชการและพนักงานบริษัทการบินไทย 3 ช่วง ระหว่างปี 2534-2548 รวมเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท คงจะไม่กลายเป็นมวยล้ม เหมือนกับการตั้งสอบหลายกรณีที่ผ่านมา
เมื่อหลักฐานการทุจริตชัดขนาดนี้แล้ว ก็หวังว่าการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ที่บริษัท โรลส์-รอยช์ จ่ายสินบนให้กับอดีตข้าราชการและพนักงานบริษัทการบินไทย 3 ช่วง ระหว่างปี 2534-2548 รวมเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท คงจะไม่กลายเป็นมวยล้ม เหมือนกับการตั้งสอบหลายกรณีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพราะตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ กรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ ผู้ผลิตยานยนต์และอากาศยานจากอังกฤษ บรรลุผลเจรจายอมความกับสำนักงานปราบปรามการทุจริต (Serious Fraud Office : SFO) ในคดีการขายเครื่องยนต์ไม่โปร่งใส ซึ่งนำไปสู่การติดสินบนใน 7 ประเทศ เช่น ไทย จีน อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ด้วยการจ่ายค่ายอมความรวม 671 ล้านปอนด์ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท)
สำหรับประเทศไทย เอสเอฟโอ ได้สืบสวนพบการจ่ายสินบนในการขายเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ ให้กับการบินไทยจำนวน 3 ครั้ง ระหว่างปี 2534-2548 โดยครั้งแรกเป็นการซื้อขายเครื่องยนต์ ที-800 ในเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2534-30 มิ.ย. 2535 ซึ่ง โรลส์-รอยซ์ จ่ายค่านายหน้าคนกลางให้หน่วยงานหนึ่งเป็นเงิน 18.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 663 ล้านบาท) และเงินดังกล่าวมีการนำไปให้กับเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานของการบินไทย เพื่อช่วยให้โรลส์-รอยซ์ ชนะการเสนอขายดังกล่าว
ครั้งที่ 2 โรลส์-รอยซ์ จ่ายเงิน 10.38 ล้านเหรียญ สหรัฐ (ราว 336 ล้านบาท) ระหว่างวันที่ 1 มี.ค. 2535-31 มี.ค. 2540 ให้นายหน้าคนกลาง ซึ่งนำเงินดังกล่าวบางส่วนไปให้พนักงานการบินไทย ส่วนครั้งที่ 3 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 2547-28 ก.พ. 2548 โดยโรลส์-รอยซ์ จ่ายเงินให้กับคนกลาง 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 254 ล้านบาท) ซึ่งมีเงินบางส่วนตกไปสู่เจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานของการบินไทย
จากข้อมูลที่เอสเอฟโอสืบสวนไว้ชัด ขนาดบริษัทโรลส์-รอยซ์ ยังต้องยอมเจรจาจ่ายค่ายอมความดังกล่าว หากประเทศไทยตั้งใจจะสอบหาผู้ทุจริตจริง ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกินความสามารถของคณะกรรมการ ที่บริษัทการบินไทย ซึ่งเตรียมจะตั้งขึ้นมาสอบหาข้อเท็จจริงตามมติคณะกรรมการหรือบอร์ดของบริษัทการบินไทย ให้ตั้งขึ้นมาหาข้อเท็จจริงว่า มีอดีตฝ่ายบริหารและอดีตบอร์ดคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหาเครื่องยนต์เครื่องบินยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ บ้าง
งานนี้ไม่เพียงพิสูจน์ความจริงใจในการจะหาผู้ทุจริตของบริษัทการบินไทยเท่านั้น ยังเป็นการวัดใจว่ารัฐบาลที่ตั้งใจจะแก้ปัญหาทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง เหมือนกับที่ประกาศเป็นนโยบายขนาดไหน เมื่อมี
หลักฐานชัดขนาดนี้จะกล้าเอาผิดจริงหรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบกันว่า ในการจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบิน รวมไปถึงการจัดซื้อเครื่องบินของชิ้นใหญ่ งบประมาณมากขนาดนี้ต้องเป็นการตัดสินใจระดับนโยบาย เป็นระดับรัฐมนตรี สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ คนที่เป็นคณะกรรมการหรือบอร์ด หรือคนที่เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี เป็นผู้ตัดสินใจเป็นส่วนใหญ่ จะเหลือตกไปให้คนการบินไทยก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้น หากจะหาผู้กระทำผิดจริงรัฐบาลคงต้องบี้ลงไปจริงจังถึงจะได้ผลสอบมา ไม่เช่นนั้นอาจจบเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ที่ประธานคณะกรรมการสอบเมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็จะลาออกจากประธานฯ ปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นมวยล้มเหมือนหลายกรณีที่ไปแตะถึงผู้ใหญ่หรือนักการเมืองก็จะกลายเป็นมวยล้มทุกครั้งไป ธรรมาภิบาลเลยนะรัฐบาล







