
เร่งปรับรถเมล์เอ็นจีวี กรมศุลฯเก็บภาษี2เท่า
ศุลกากรเดินหน้าปรับซุปเปอร์ซ่าร่าเพิ่ม 2 เท่า แจ้งเท็จรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน
ศุลกากรเดินหน้าปรับซุปเปอร์ซ่าร่าเพิ่ม 2 เท่า แจ้งเท็จรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เตรียมยื่นใบขนสินค้ารถเมล์ที่นำเข้ามาล็อตสุดท้ายจำนวน 98 คัน ซึ่งมาถึงท่าเรือแหลมฉบังแล้ว โดยบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า แจ้งว่าจะขอจ่ายค่าภาษีอากร 40% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เป็นเงิน 1.47 ล้านบาท/คัน รวม 144 ล้านบาท เพื่อนำรถออกไปส่งมอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรได้ขอสงวนสิทธิในการตรวจสอบแหล่งถิ่นกำเนิดภายหลัง หากตรวจสอบว่าสำแดงเท็จก็จะต้องเสียค่าปรับ 2 เท่า หรือเพิ่มอีก 288 ล้านบาท ในภายหลัง
สำหรับรถเมล์เอ็นจีวี 291 คัน ที่ทางบริษัทผู้นำเข้าจ่ายภาษีอากรพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มรวมทั้งหมด 427 ล้านบาท ซึ่งได้นำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบังแล้วไปก่อนหน้านี้ ทางกรมศุลกากรก็จะขอสงวนสิทธิในการตรวจสอบไว้เช่นเดียวกัน โดยหากกรมพิสูจน์ทราบในภายหลังว่ามีการสำแดงแหล่งกำเนิดเป็นเท็จก็จะเรียกร้องค่าปรับเพิ่ม 2 เท่า หรือต้องจ่ายเพิ่มอีกกว่า 855 ล้านบาท หากรวมกับค่าปรับ 98 คัน ในล็อตสุดท้าย จะทำให้บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ต้องจ่ายเพิ่มในภายหลังเป็นเงินค่าปรับกว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ รถเมล์เอ็นจีวี 99 คัน ใน 100 คันแรกที่สำแดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ ที่แจ้งว่าผลิตจากมาเลเซีย แต่หลักฐานที่กรมศุลกากรมี พบว่าทั้งหมดผลิตจากจีน ซึ่งนำรถออกต้องเสียภาษีอากร 40% พร้อมค่าปรับอีก 2 เท่า เพราะถือว่าสำแดงเท็จแล้ว







