posttoday
ตำรวจได้หลักฐานพยานให้การขัดแย้งกันเองคดีครูจอมทรัพย์

ตำรวจได้หลักฐานพยานให้การขัดแย้งกันเองคดีครูจอมทรัพย์

19 มกราคม 2560

นครพนม-พล.ต.อ.ปัญญาสั่งระดมชุดสืบสวนหากหลักฐานมัดขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์พบพยานบางรายให้ขัดแย้งกันเอง

นครพนม-พล.ต.อ.ปัญญาสั่งระดมชุดสืบสวนหากหลักฐานมัดขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์พบพยานบางรายให้ขัดแย้งกันเอง

เมื่อวันที่19ม.ค.2560 พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมตำรวจภูธรนครพนมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยืนยันว่า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี  อดีตข้าราชการครู ชาวจังหวัดสกลนคร เป็นผู้กระทำความผิดในคดีขับรถชนคนตายโดยประมาทจริงไม่ใช่แพะ โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับขบวนการรับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหลักฐาน พยานสำคัญ ที่เป็นข้อขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของนางจอมทรัพย์ซึ่งมีประเด็นคือ รถยนต์ กระบะ อีซูซุ ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร  หลังตรวจสอบพบว่าช่วงเกิดเหตุเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548  รถยนต์คันดังกล่าวมีนายอุบล ไชยบัน  อายุ 65  ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 5 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดหาร ยืนยันว่าอยู่ในความครอบครองใช้งานในช่วงปี 2547 – 2550  แต่เอกสารหลักฐานคู่มือรถเป็นกรรมสิทธิ์ ของนายสับ วาปี อายุ 60ปีจริงและมีการขายเป็นซากไปเพราะสภาพทรุดโทรมในปี 2550 ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของนางจอมทรัพย์ยืนยันว่านายสับเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าวไปชนคนตาย ตามพยานหลักฐานของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจรถยนต์ดังกล่าวกับนายสับจึงไม่ได้อยู่ด้วยกันช่วงเกิดเหตุ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารในการดำเนินคดีพบว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2556  นายสุริยา  นวนเจริญ  ได้พานายเสริฐ รูปสะอาด อายุ 53 ปี พร้อมด้วยนายสับ วาปี อายุ 60 ปี เข้าไปพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เรณูนคร เมื่อปี 2548  โดยมีการยืนยันในเอกสารกับทางตำรวจว่า นายสับ วาปี เป็นเจ้าของรถยนต์อีซูซุ รุ่นเก่า สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร  แต่มีการขายให้นายเสริฐไปแล้ว และยืนยันว่าเป็นคนขับรถดังกล่าวไปเกิดอุบัติเหตุชนรถจักรยาน ทำให้นายเหลือ พ่อบำรุง ที่ปั่นจักรยานเสียชีวิต ซึ่งต้องการออกมาแสดงความรับผิดชอบ และช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ กระทั่งภายหลังนายสับได้ออกมารับสารภาพว่าได้เป็นคนขับรถชนในวันเกิดเหตุถือว่ามีข้อขัดแย้งในทางหลักฐาน  

แต่อย่างไรก็ตามนายอุบล  ไชยบัน  อายุ 65  ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 5 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดหาร  ได้ออกมาเปิดเผยว่า กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร  ก่อนหน้านี้เป็นของนายสับ และมีการขายต่อให้ นายรัน  โทนแก้ว  อายุ 65 ปี  อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.กุดเข้ อ.เมืองมุกดาหาร  จากนั้นได้ซื้อต่อมาเป็นช่วงที่3 จาก  นายรัน เมื่อปี 2547 แต่เอกสารหลักฐานยังเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสับ เพราะเป็นรถเก่าจึงไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ เอกสารครอบครอง ได้เอามาใช้งานในบ้าน ขับไปไร่ ไปนา ต่อมาเมื่อปี 2550ได้ขายไปอีกทอดหนึ่ง เป็นพ่อค้ามารับซื้อไปสภาพรถเก่าเหมือนเศษเหล็ก เครื่องยนต์ใช้งานไม่ได้ ในราคาประมาณ 30,000 บาท พร้อมเอกสารหลักฐานคู่มือการครอบครองรถ
           
ต่อมาเมื่อปี 2555 ได้มีชาย1คนเข้ามาสอบถามหารถคันดังกล่าวว่า ต้องการซื้อรถทะเบียน กค 56 มุกดาหาร และถามหาเอกสารหลักฐาน  หรือซากรถ ระบุว่าต้องการนำไปเป็นหลักฐานในการช่วยเหลือญาติที่ติดคุกจากคดีขับรถยนต์ชนคนตาย ก็ยังแปลกใจบอกไปว่า รถขายซากไปแล้ว ไม่มีเอกสารหลักฐานแล้ว เพราะมันเก่ามากโดยไม่ได้สนใจอะไร จนมารู้ภายหลังว่ารถของตนที่ใช้อยู่มีทะเบียนตรงกันกับรถยนต์ที่เป็นคดีความ แต่ยืนยันว่า ในช่วงที่ครอบครองใช้งานรถยนต์ อีซูซุทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ระหว่างปี 2547 -2550  ไม่มีใครขับไปไหน หรือขับไปในเมือง รวมถึงต่างอำเภอรถกระบะอยู่ใช้ในบ้าน ขับไปไร่ไปนาตลอด ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีหรือมีปัญหาตนไม่ทราบ ที่สำคัญรถได้ขายซากไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2550

ภาพ/นายอุบล ไชยบัน  อายุ 65  ปีได้ออกมายืนยันรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 มุกดาหารไม่มีใครขับไปไหนขัดแย้งตามคำกล่าวอ้างของครูจอมทรัพย์ ที่ระบุว่านายสับเป็นคนขับรถไปชนคนตายเป็นส่วนหนึ่งที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐาน เตรียมเอาผิดกับขบวนการรับจ้างรับผิดแทน 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท