
นายกฯถกบาท
อภิสิทธิ์ ตกใจเงินบาทแข็งค่าเร็วจัด เดือนเดียว 3% เรียกถกด่วน ครม.เศรษฐกิจ
อภิสิทธิ์ ตกใจเงินบาทแข็งค่าเร็วจัด เดือนเดียว 3% เรียกถกด่วน ครม.เศรษฐกิจ
หลังจากที่เกิดเงินทุนต่างชาติไหลเข้าในประเทศอย่างมากมายถึง 8.68 หมื่นล้านบาท ในเดือน ก.ค. และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นพรวดเดียว 3% และตั้งแต่ต้นปีแข็งค่าขึ้นมาแล้ว 6%
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31.27-31.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และหากเงินทุนต่างชาติยังไหลไม่หยุด เงินบาทอาจจะแข็งค่าลงไปได้ถึง 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ดังนั้น เช้าวันที่ 2 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจกลุ่มย่อย และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ รมว.พาณิชย์ เพื่อหารือปัญหานี้ และขอให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาซักซ้อมความเข้าใจ และทำให้เกิดความชัดเจนถึงแนวทางของรัฐบาล
“การไหลเข้าออกของเงินทุนที่เข้าสู่ตลาดหุ้นของเรานั้นจะมีลักษณนายกฯถกบาทะผสมผสานของการตั้งใจเข้ามาลงทุนจริงกับการเก็งกำไร และเมื่อเก็งกำไรกันมากๆ จะจะเหมือนเป็นวงจรทำให้เกิดปัญหาขึ้น เราต้องพยายามลดความผันผวนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง และไม่ให้ความผันผวนกระทบต่อระบบเศรษฐกิจจริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. )กลวdเปิดเผยกล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้เป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว และไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาค ไม่ใช่จากการเก็งกำไร มาจากเม็ดเงินไหลเข้ามากขึ้นและเร็วขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจ ของประเทศมีอัตราการขยายตัวในทิศทางที่ดี การเมืองนิ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และมองว่าในระยะต่อไปจะมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
“ยอมรับว่าช่วงนี้เงินบาทแข็งค่าเร็วไปบ้าง เดิมแข็งค่าประมาณ 3.5% แต่พอมา มิ.ย.แข็งขึ้น6.4% เพราะก่อนหน้านี้เรามีปัญหาภายใน เลยมาแข็งช่วงหลัง ตอนนี้เราเลยแข็งเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค แต่การส่งออกยังโตได้ระดับ 30% แม้เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ในรูปเงินบาทลดลง” นางธาริษา กล่าว
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องออกมาตรการเสริมเพื่อมาดูแลด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายในขณะนี้ เพราะเงินทุนไหลเข้าทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ได้ปรับประมาณการค่าเงินบาทสิ้นปีที่ 30.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากก่อนหน้านี้ที่มองไว้ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยอมรับว่าค่าเงินขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของเงินไหลเข้า







