
ดันทุกพรรคทำสัจจะสัญญา
บิ๊กตู่หนุนประวิตรเดินหน้าสร้างปรองดอง 'กปปส.-นปช.' ประสานเสียงพร้อมร่วม
บิ๊กตู่หนุนประวิตรเดินหน้าสร้างปรองดอง 'กปปส.-นปช.' ประสานเสียงพร้อมร่วม
นายกฯ ขานรับแนวคิด พล.อ.ประวิตร ให้ทุกพรรคการเมืองทำสัจจะสัญญาร่วมกันเพื่อความปรองดอง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีแนวคิดให้พรรคการเมืองมาลงสัตยาบันร่วมกันเพื่อความปรองดอง เช่น การทำให้เกิดปัญหากับประชาชน จะไม่ทำอีกได้หรือไม่
“เขาเรียกว่าเป็นสัจจะสัญญา แต่ไม่ใช่สัตยาบัน เป็นสัจวาจาทำนองนั้น คือพูดแล้วต้องไม่ลืม ต้องทำตามนั้น ขึ้นอยู่กับทุกคนว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าหรือเปล่า แต่อย่าเอามาพันกัน ซึ่งมีหลายเรื่องหลายประเด็น ผมได้ให้แนวนโยบายไปว่าการปรองดองมีหลายมิติ และมีคดีความมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คดีอาญา คดีแพ่ง คดีการเมือง แต่ละอย่างจะทำกันอย่างไร ระหว่างนี้ก็สร้างการรับรู้กับสังคม ประชาชน ให้รู้ว่าเขาคิดกันมาแบบนี้ ไม่ใช่งุบงิบทำ มันทำไม่ได้” นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ ต้องไม่มีเงื่อนไข ขั้นแรกเท่าที่คุยกับ พล.อ.ประวิตร จะเป็นการเรียกทุกพรรคมาคุย และเสนอความคิดเห็นมาและบันทึกไว้ ซึ่งจะฟังทุกพรรค ทุกคนที่พูด จากนั้นนำมารวบรวมดูว่าอันไหนควรนำมาปฏิบัติหรือนำมาทำ อย่างไรก็ตาม ต้องดูฝ่ายกฎหมายด้วย ไม่ใช่พูดกับคณะนี้แล้วไปชี้ผิดชี้ถูกมันไม่ใช่ ต้องหาประเด็นและแนวทางให้เจอ
“ผมไม่ได้ต้องการจะปรองดองกับคนโน้นคนนี้ ผมไม่ได้มองว่าเป็นใครคนไหน แต่มองประเทศชาติ ปัญหาทุกปัญหาของประเทศชาติจะต้องได้รับการแก้ไข นี่คือการปรองดอง อย่าไปมองเรื่องนิรโทษกรรม ลดโทษ ยังไม่ถึงตรงนั้น ฟังดูก่อนว่าเขาเดินหน้าไปอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การปรองดองไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับการอภัยโทษและนิรโทษกรรม อดีตก็เป็นเรื่องอดีต คงไม่เกี่ยวกัน แต่เป็นเรื่องการสร้างข้อตกลงร่วมกัน เช่น ในหมู่บ้านจะอยู่ร่วมกันและตกลงกันว่าการใช้น้ำ ทางทิศเหนือใช้วันจันทร์ ทางด้านทิศใต้ใช้วันอังคาร อย่างนี้เรียกว่าเป็นการตกลงร่วมกัน
สำหรับรูปแบบการสร้างความปรองดองนั้น จะมีตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละพรรคมาแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะโดยจะมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายกฎหมาย นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องมารับฟัง พร้อมรวบรวมประเด็นทั้งหมดเพื่อเขียนเป็นกติกา และจะมาชี้แจงให้พรรคการเมืองและทุกฝ่ายรับทราบ กติกาข้อใดที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถหารือกันได้และไม่จำเป็นต้องปลดล็อกนักการเมือง
ด้าน นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า แนวคิดที่จะเชิญทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยเพื่อนำไปสู่การทำข้อตกลงเอ็มโอยูเพื่อยุติความขัดแย้งนั้น ทาง กปปส.มีความยินดีและพร้อมที่จะไปพูดคุย เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า จุดยืนของ นปช.คือ พร้อมให้ความร่วมมือ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการนี้ แต่มีข้อสังเกตว่าคณะผู้มีอำนาจชุดนี้มีบทบาทเป็นคู่กรณีหรือเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งหรือไม่







