
ก้าวใหม่ของธนาคาร
เมื่อเดือน ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย หรือเรียกกันว่า ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
โดย...รุจิระ บุนนาค
เมื่อเดือน ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย หรือเรียกกันว่า ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้พลิกโฉมเปิดให้บริการลูกค้าในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาสีตบุตร 2 หรือสาขาย่อยสีตบุตรบริเวณถนนจรัสเมือง ตรงข้ามโรงเรียนสีตบุตรบำรุง ย่านหัวลำโพง โดยเปิดบริการเวลา 10.30-19.30 น.ทุกวัน เช่นเดียวกับสาขาในห้างสรรพสินค้า สาขานี้ถือเป็นสาขาต้นแบบโดยพื้นที่ที่ให้บริการเป็นตู้กระจกคล้ายกับเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Currency Exchange)
ลูกค้าสามารถทำธุรกรรม ฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน โดยการฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงินไม่เกินรายละ 3 หมื่นบาท สามารถเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ประเภทไม่มีสมุดคู่ฝาก สมัครบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต สมัครบัตรเครดิต แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทุกสกุล โอนเงินระหว่างประเทศ (Money Gram) จำกัดวงเงินต่อรายการไม่เกิน 3 หมื่นบาท เรียกได้ว่าให้บริการแทบจะครบวงจร
ไม่เพียงแต่การให้บริการข้างต้น ธนาคารยังนำนวัตกรรม Digital Solution Engagement หรือ DSE การให้บริการอนุมัติสินเชื่อบุคคลนอกสถานที่ รู้ผลทันที (Instant Approval) เพียงแค่มีบัตรประชาชนใบเดียว หากได้รับการอนุมัติสามารถรับเงินได้ไม่เกินวันรุ่งขึ้น และสินเชื่อรถยนต์ของบริษัท เซ็นเตอร์ ออโต้ ลีส มาให้บริการพร้อมกันด้วย
แม้พนักงานที่ให้บริการจะมีเพียงคนเดียว แต่มีศักยภาพสูง เพราะให้บริการได้ครบวงจร หัวใจของการให้บริการ คือ “สะดวก เร็ว ง่าย”
ทั้งทำให้เซเว่นอีเลฟเว่น กลายเป็น “ร้านค้าสะดวกซื้อ ธนาคารสะดวกทำธุรกรรม” อีกด้วย
ในอดีตสาขาของธนาคารต่างๆ จะตั้งอยู่ตามอาคารพาณิชย์ และให้บริการเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 -15.30 น. แต่ในปัจจุบันรูปแบบการให้บริการของธนาคารได้เปลี่ยนแปลงไป แทบทุกธนาคารจะเปิดสาขาตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
แม้การมีสาขาตามห้างสรรพสินค้า จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก แต่สำหรับตัวธนาคารเอง ถือว่ามีต้นทุนสูง โดยเฉพาะสาขาย่านใจกลางเมือง เพราะสาขาในห้างสรรพสินค้าใช้พื้นที่จำนวนมาก และพนักงานหลายคน ทำให้ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายธนาคารต่างทยอยปิดสาขาที่ไม่ทำรายได้ สาขาที่อยู่ละแวกใกล้เคียงกัน และไม่ต่อสัญญาเช่าในบางพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดให้บริการในร้านสะดวกซื้อถือเป็นการพลิกโฉมการให้บริการของธนาคารในรูปแบบใหม่ ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก ลูกค้าบางรายไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถ ทั้งยังเป็นช่องทางเข้าถึงลูกค้ารายย่อยแทบจะทุกสายอาชีพ กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเฟิร์สจ็อบเบอร์ ทุกขั้นเงินเดือน คนในเมือง เพราะการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าคนที่อยู่ที่อาคารชุดคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ นักศึกษา หรือนักท่องเที่ยว
การเปิดสาขาของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นส่งผลให้วันที่ 15 ธ.ค. 2559 เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดการซื้อ-ขาย หุ้นธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ปรับตัวสูงขึ้นชนเพดานสูงสุดร้อยละ 30 จากราคาเปิด 1.19 บาท พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1.35 บาท เมื่อเวลา 10.07 น.
จากการเปิดเผยของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย การเปิดสาขาในเซเว่นอีเลฟเว่น ทำให้ธนาคารประหยัดต้นทุนขยายสาขาลง เพราะลงทุนเพียงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับการเปิดสาขาทั่วไป
ปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาก้าวไกล การให้บริการผ่านระบบดิจิทัล หรือดิจิทัลแบงก์กิ้ง เติบโตอย่างรวดเร็ว ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมบางรายการผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ได้ หรืออุปกรณ์ด้านไอทีอื่นๆ ได้ ทั้งยังเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทุกระดับรายได้และอายุ ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มไม่มีความจำเป็นต้องไปใช้บริการที่สาขาโดยตรง
โดยที่สาขาของธนาคารหลายธนาคารจะปรับเปลี่ยนเป็นการให้บริการลูกค้าธนบดีธนกิจ หรือเวลท์ แบงก์กิ้ง (Wealth Banking Center) ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องการลงทุนในรูปแบบที่ต่างกัน หลายสาขาจึงจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับให้คำปรึกษา โดยเน้นห้องที่ให้ความเป็นส่วนตัว และคัดสรรบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนประจำสาขา
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ สิ้นปี 2559 เซเว่นอีเลฟเว่น มีสาขาทั่วไทยไม่ต่ำกว่า 9,000 สาขา โดยมีสาขาในกรุงเทพฯครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต โดยมีไม่ต่ำกว่า 4,000 สาขา
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีแผนที่จะเปิดสาขาที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในปี 2560 จำนวนไม่ต่ำกว่า 20-30 สาขา และหากประสบผลสำเร็จจะทำการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
เชื่อว่าหลายธนาคารคงได้รับผลกระทบโดยตรง และคงต้องเตรียมหากลยุทธ์เพื่อให้ได้ลูกค้ากลับคืนมา และรักษาลูกค้าในมือ รวมทั้งต้องหาลูกค้าใหม่ๆ
การที่ธนาคารเปิดสาขาในร้านสะดวกซื้อ ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมการให้บริการทางการเงินที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ธนาคารในปัจจุบันต่างจากในอดีตที่มีรูปแบบการให้บริการเป็นธนาคารสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม (One Bank for All) ที่ลูกค้าทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่ รายย่อย ต่างต้องเข้าไปใช้บริการสาขาเดียวกัน หากธนาคารจะแบ่งการให้บริการตามความต้องการของลูกค้า เพื่อให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการที่ต่างกัน
นับได้ว่าเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0







