
รัฐจัด5แผน เตรียมรอท่า สังคมสูงอายุ
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ คาดไม่เกิน 10 ปีไทยเป็นสังคมคนแก่โดยสมบูรณ์ แนะรัฐบาลเร่งเตรียมแผนรับมือ 5 ด้าน
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ คาดไม่เกิน 10 ปีไทยเป็นสังคมคนแก่โดยสมบูรณ์ แนะรัฐบาลเร่งเตรียมแผนรับมือ 5 ด้าน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยล่าสุดว่า จากการเก็บข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2558 พบว่าจากประชากรไทยทั้งหมด 65.1 ล้านคน มีประชากรซึ่งเป็นผู้สูงอายุคือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 10.3 ล้านคน หรือ 16% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นสังคมสูงอายุแล้ว และคาดว่าอีกไม่เกิน 10 ปี จะเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์
เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนแล้ว ไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรโดยรวมของประเทศเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุ 18% ถัดจากประเทศไทยคือเวียดนามมีสัดส่วน 10%
สำหรับสาเหตุของการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วคืออัตราการเกิดของประชากรอยู่ในระดับต่ำและมีอายุยืนขึ้น แต่ที่เป็นข้อมูลที่น่ากังวลคือ หนึ่งในสามของผู้สูงอายุมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน มีการพึ่งพิงลูกหลานเป็นรายได้หลักและมีแนวโน้มที่ผู้สูงวัยจะอยู่ลำพังมากขึ้น โดยอัตราปัจจุบันคือ 9% อยู่ลำพังกับคู่สมรส 19% และเป็นผู้สูงวัยที่ขาดผู้ดูแลอยู่ 4%
แหล่งข่าวระบุว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าเป็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุที่รวดเร็วและกลายเป็นสังคมสูงอายุในอีกไม่เกิน 10 ปี รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งต้องเร่งวางนโยบายและหามาตรการต่างๆ เพื่อรองรับสังคมสูงอายุ ซึ่งกระทรวงเห็นว่าที่สำคัญต้องเร่งเตรียมการมี 5 ด้าน คือ 1.สนับสนุนให้ผู้สูงอายุอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตดี ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีส่วนร่วมในการสร้างกลไกเฝ้าระวังดูแลผู้สูงอายุ
ด้านที่ 2 ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีหลักประกันรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยการส่งเสริมให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุ ด้านที่ 3 สร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้สูงอายุในการปกป้องตนเองจากข้อมูลข่าวสาร พัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะกับผู้สูงวัย มีแนวทางดำเนินการเพื่อให้สังคมลดแนวความคิดเชิงลบต่อผู้สูงวัยและเพิ่มบทบาทผู้สูงอายุในภาคส่วนต่างๆ
ด้านที่ 4 มีแผนด้านสุขภาพอนามัยของผู้สูงอายุ โดยส่งเสริมให้ประชาชนเริ่มดูแลตนเองตั้งแต่วัยเยาว์เพื่อให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดี จัดระบบบริการสาธารณสุขให้เอื้อต่อการให้บริการผู้สูงอายุในชุมชน และสุดท้ายควรจัดทำแผนช่วยเหลือผู้สูงอายุเมื่อเกิดภัยพิบัติ ให้ อปท.รวมผู้สูงอายุกลุ่มเป้าหมายในแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติเพื่อให้การช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น และต้องให้ข้อมูลผู้สูงวัยสำหรับการเตรียมความพร้อมดูแลตนเองได้







