posttoday
ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ

ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ

15 มกราคม 2560

เมื่อผู้สูงอายุซึ่งถูกมองว่าเป็นภาระในยามเหตุภัยพิบัติ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยการเรียนรู้แนวคิดด้านการจัดการภัยพิบัติฉุกเฉิน

เมื่อผู้สูงอายุซึ่งถูกมองว่าเป็นภาระในยามเหตุภัยพิบัติ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยการเรียนรู้แนวคิดด้านการจัดการภัยพิบัติฉุกเฉิน

"คนแก่คือภาระ ยิ่งในยามคับขันยิ่งน่าเป็นห่วงที่สุด"

ไม่น่าเชื่อว่า ค่านิยมเช่นนี้เกิดขึ้นโดยทั่วไป แต่ไม่ใช่ความคิดของชาวบ้านที่บ้านอ.แม่สรวย จ.เชียงราย และ ต.โป่งน้ำร้อน จ.เชียงใหม่อย่างแน่นอน

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 24 ก.ย. 2554 หลังจากฝนตกติดต่อมานานหลายวัน คลื่นน้ำป่าได้บุกทะลวงเข้ามาสู่ใจกลางหมู่บ้านโป่งน้ำร้อน พัดพาบ้านเรือนพังพินาศทันทีกว่า 50 หลัง พร้อมอีกสองชีวิตที่สูญเสียและผู้บาดเจ็บอีกมากมาย

"จริงๆน้ำมันท่วมทุกปี มากบ้างน้อยบ้าง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนรุนแรงเท่าครั้งนั้นเลย"

บุญเป็ง อินแก้ว ผู้นำกลุ่มผู้สูงอายุหมู่บ้านโป่งน้ำร้อน ซึ่งมีผลงานการจัดการด้านภัยพิบัติจนได้รับรางวัลอาเซียน กล่าวพลางจ้องมองร่องรอยน้ำท่วม เสมือนนึกย้อนเหตุการณ์ในอดีต

"พอเช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านก็ช่วยกันเก็บกวาดซากบ้าน รวบรวมอาหารที่กระจัดกระจายมาทำกินทำแจกกัน ทหารจากค่ายร้อย.ม.ที่ 4 อ.ฝาง ระดมเข้ามาช่วยกันเต็มไปหมด ช่วยกันยกซากซุง ซากบ้านจนรถใหญ่เอาของบริจาคมาส่งที่นี่ได้"

หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ลุงบุญเป็งมีโอกาสพูดคุยกับผู้สูงอายุหลายคนในชุมชน ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าผู้สูงอายุไม่ควรเป็นเพียงภาระที่รอการช่วยเหลืออีกต่อไป ทว่าสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ประสบการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ ถ้าจะมองเพียงแค่การสูญเสียก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แต่หากมีการรวบรวมประสบการณ์ สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการเตรียมตัวรับภัยพิบัติก็จะเป็นประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างยิ่ง

ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ คุณลุง บุญเป็ง อินแก้ว ผู้นำกลุ่มผู้สูงอายุหมู่บ้านโป่งน้ำร้อนกำลังให้ความรู้กับกลุ่มเด็กในการดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ

 "หลังวันที่น้ำป่าพัดมาแล้วสามสี่วัน พวกเราคนเฒ่าคนแก่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกัน นั่งแถวซากซุงริมตลิ่งนั่นแหละ พวกเราไม่ได้ห่วงตัวเองหรอก เพราะอายุก็เยอะกันแล้ว แต่ห่วงลูกรุ่นหลาน ต่อไปจะอยู่กันอย่างไร ถ้าไม่รู้จักเตรียมตัว เพื่อความปลอดภัย ในเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้"

ลุงอินเป็ง บอกต่อว่า ดีใจที่มีคนข้างนอกเห็นความตั้งใจ ให้โอกาสคนแก่ได้ช่วยเหลือหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่ที่บ้านโป่งน้ำร้อน แต่ได้ไปจัดอบรมเรื่องการเตรียมตัวรับมือภัยพิบัติที่อ.แม่สรวย ต.ม่อนปิ่น ซึ่งปีนี้เป็นปีแรก เหลืออีก 2 ปีถึงจะจบโครงการ นอกจากนี้หลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนั้นไม่นาน มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และพรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชั่น ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้การสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้แก่บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ก็เข้ามาสร้างบ้านที่ถูกน้ำป่าพัดเสียหาย มีอาสาสมัครกว่า 60 คนที่เข้ามาช่วย และใช้เวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์ในการสร้างบ้านใหม่จนเรียบร้อย ซ่อมแซมท่อระบายน้ำ เส้นทางที่น้ำท่วม ช่วยบรรเทาสถานการณ์ ให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูตนเองจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

"พวกเรากลุ่มคนแก่ช่วยกันเดินสำรวจเองเลย บ้านไหนเสียหายหนักสุดยากจนสุด เราประชุมกัน แล้วไปบอกมูลนิธิฯ ให้มาช่วยสร้างให้ มีทั้งฝรั่งและคนต่างชาติมาช่วยสร้าง แม้เราจะพูดภาษาแตกต่างกัน แต่พวกชาวบ้านก็ไปช่วยด้วย คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้างร่วมกันสร้างบ้านใหม่สามหลังและร่วมซ่อมแซมบ้านที่เสียหายอีกประมาณ 30 หลังภายในหนึ่งสัปดาห์"

ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ ทีมอาสาสมัครได้ลงพื้นที่เพื่อซ่อมแซมบ้านและเปลี่ยนหลังคา

สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของ ถวิล มูลเฟย ประธานกลุ่มผู้สูงอายุบ้านเปียงกอก ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ แกบอกว่าเกิดมา 70 ปีไม่เคยเห็นน้ำป่าไหลหลากถล่มทลายขนาดนั้น

"เคยเห็นก็แต่น้ำท่วม ใครเคยเตือนเคยบอก ลุงก็หัวเราะบอกว่าไม่มีทาง แต่หลังจากคืนนั้น ที่มันมาจริง ตอนนั้นลุงตื่นจริงๆนะ แต่ตื่นตัวไม่ใช่ตื่นกลัว ตอนนี้กลุ่มผู้สูงอายุได้เรียนรู้ประโยชน์ของการทำฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ กลุ่มเรายังได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิชัยพัฒนาทั้งได้รับทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และกล้าพันธุ์ไม้ที่มีแจกให้ปลูกแทนต้นไม้ที่น้ำพัดไป”

ขณะเดียวกัน ห่างจากอ.แม่สรวย จ.เชียงราย ประมาณ 150 กิโลเมตร ชาวบ้านที่ อ.โป่งน้ำร้อน ก็ร่วมเผชิญเหตุแผ่นดินไหวต่างกันเพียงสาเหตุและช่วงเวลา ที่มาพร้อมแรงสั่นสะเทือนถึง 6.3 ริกเตอร์ ชาวบ้านหลายคนแม้จะเคยผ่านประสบการณ์แผ่นดินไหวมาก่อน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาสำหรับประเทศไทย ถือว่าเป็นประสบการณ์แรกสำหรับทุกคนที่ทำให้ตระหนักได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องเฝ้าระวัง

ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ

"ตอนที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ก็ช่วงเย็นๆนี่แหละ ลุงนี่ยืนเซแทบล้มเลย ไม่เคยคิดว่าชั่วชีวิตตั้งแต่เกิดมาจนแก่ป่านนี้จะได้เจอเหตุที่ไหวกันแรงขนาดนี้ คืนนั้นชาวบ้านนอนตากน้ำค้างกันเลย บ้านหลายหลังเสาหักนอนไม่ได้ หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดป่าเป้าแนะนำให้ตั้งกลุ่มคนแก่ทำกิจกรรมด้วยกัน เราเลยได้ตั้งกลุ่มสมุนไพรขึ้นมา เพราะความรู้เรื่องหมอยาเป็นความรู้ของหมู่บ้านเราที่สืบต่อกันมายาวนาน และเจ้าอาวาสให้ที่ข้างวัดมาปลูกสมุนไพร”

สนิท สมสรวย ประธานกลุ่มหมอยา บ้านเด่นภูเวียง อ.แม่สรวย กล่าวพลางนำเดินเข้าไปชมสวนสมุนไพร กลุ่มสมุนไพรเป็นการรวมกลุ่มของผู้ป้องกันภัยพิบัติและดำเนินกิจกรรมร่วมกันของผู้ที่ร่วมเผชิญเหตุการณ์ในครั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม สว่าง แก้วกันทา ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ กล่าวว่า  เชื่อมั่นเสมอในศักยภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติ เพราะผู้สูงอายุไม่เพียงแต่ไม่เป็นภาระแล้ว ยังสามารถช่วยลดภาระและช่วยการจัดการภัยพิบัติเป็นอย่างดี ซึ่งคนส่วนมากในสังคม มักมองข้ามคนกลุ่มนี้ แต่มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และพรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชั่นมองเห็นโอกาสจึงได้ริเริ่ม “โครงการลดความเสี่ยงพิบัติภัยให้แก่ผู้สูงอายุ” เมื่อปี 2557 เพื่อสนับสนุนและสร้างความตระหนักในการเตรียมความพร้อมแก่ผู้สูงอายุ ชุมชน อาสาสมัคร ลดความสูญเสียและเป้าหมายของโครงการ จะมีการอบรมเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือ เมื่อเกิดสถานการณ์จริง เราหวังอยากให้เกิดแนวคิดด้านการจัดการภัยพิบัติฉุกเฉิน สามารถช่วยชุมชนให้พร้อมรับมือจากภัยธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น

ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ

เมื่อเร็วๆนี้ เครือข่ายคณะทำงานได้มีการสานต่อโครงการ เพื่อขยายแนวคิดการเตรียมตัวการรับมือเมื่อเผชิญเหตุภัยพิบัติ ไปในหลายพื้นที่ในประเทศไทย ทั้งที่บ้านแม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ชุมชนที่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จนนำไปสู่แผนรับมือภัยพิบัติในชุมชน และชุมชนโป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านที่เปลี่ยนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมาสู่ผู้ให้ความรู้ด้านการรับมือกับภัยพิบัติ และในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ก็เกิดชุมชนสำคัญที่พัฒนาตัวเองจากที่ประสบเหตุมาเป็นชุมชนต้นแบบสำคัญอีกเช่นกัน โดยมีลุงบุญเป็ง อินแก้ว เป็นประธานชมรมผู้สูงอายุผู้นำกลุ่ม ผู้มีผลงานการจัดการด้านภัยพิบัติจนได้รับรางวัลอาเซียน ด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือชุมชนที่เกิดเหตุภัยพิบัติคลอบคลุมทั้งประเทศในอนาคต

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวเล็กๆแต่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจของกลุ่มผู้สูงอายุที่ลุกขึ้นเตรียมพร้อมเผชิญหน้าภัยพิบัติ หวังขจัดมายาคติที่ว่า 'คนแก่คือภาระในยามคับขัน' ให้หมดสิ้นไปเสียที

ใครว่าเราเป็นภาระ?เมื่อ"ผู้สูงอายุ"ตื่นตัวสู้ภัยพิบัติ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท