
ระทึก!เรือบรรทุกน้ำมันชนเรือข้ามฟากเจ็บอื้อ
เรือบรรทุกน้ำมันชนเรือโดยสารข้ามฟากมีผู้บาดเจ็บหลายราย ขณะที่เด็กทารก 4 เดือนรอดตายปาฏิหาริย์
เรือบรรทุกน้ำมันชนเรือโดยสารข้ามฟากมีผู้บาดเจ็บหลายราย ขณะที่เด็กทารก 4 เดือนรอดตายปาฏิหาริย์
พ.ต.ท.ยุทธจักร วรรณคีรี พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งเหตุเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ชนเรือข้ามฟากที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำหน้าโรงพัก ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อไปถึงพบว่าที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรงเพราะเป็นช่วงน้ำเหนือหลาก โดยหัวเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ชนเข้ากลางลำเรือข้ามฟากที่เป็นเรือเหล็กขาดเล็กยาวประมาณ5 เมตร ซึ่งเรือข้ามฟากมีผู้โดยสารพร้อมคนขับรวม 6 คนและเรือโดยสารจมลงทันที ขณะที่เรือหางยาวขนาดเล็กที่วิ่งอยู่แถวนั้นพร้อมตำรวจ ได้เร่งใกล้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่ลอยคออยู่ในน้ำ ส่วนคนที่อยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันได้โยนชูชีพลงช่วยเหลือเช่นกัน
ทั้งนี้มีการช่วยคนในเรือข้ามฟากขึ้นมาได้ทั้งหมดโดยทุกคนอยู่ในสภาพสำลักน้ำและบาดเจ็บฟกช้ำจากแรงกระแทกและหนึ่งในนั้นมีครองครับพ่อแม่ลูก ที่พยามยามช่วยลูกน้อยเพศชายวัย 4 เดือนให้รอดตายท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรง สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บ คือ เด็กชายศักดา ผิวโชค อายุ 4 เดือน ได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก , นายบัญชา ผิวโชค อายุ 29 ปี พ่อเด็กชายศักดา ,นางสกีณา แจ่มใส่ อายุ 28 ปี แม่เด็กชายศักดา , นายธวัช คงสุข อายุ 72 ปีคนขับเรือข้ามฟาก , นางเรวลัย วรุตมสกุลวงศ์ อายุ 45 ปี และนางสาวธิชาอาดัม อายุ 19 ปี
อย่างไรก็ตามตำรวจได้ควบคุมเรือบรรทุกน้ำมัน ชื่อเรือ เอ็ม.พี.1 สัญชาติไทย ขนาด 376 ตันกรอสส์ ความยาว 44 เมตร กว้าง 10 เมตร กินน้ำลึก 3 เมตร บรรทุกน้ำมันมา 1,000,000 ลิตร ของบริษัท วี เอส พี มารีน ชิปปิ้งจำกัด เลขที่ 805 ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง กรุงเทพ มีนายสมัค จันทร์สร้อย อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 13 ม.6 ต.น้ำทรง อ.พยุหะคีรีจ.นครสวรรค์ เป็นนายท้ายเรือ
นายสมัคร จันทร์สร้อย นายท้ายเรือบรรทุกน้ำมัน กล่าวว่า วิ่งเรือบรรทุกน้ำมันมาจากกรุงเทพตามลำน้ำเจ้าพระยา จะไปคลังน้ำมันที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีเรือข้ามฝากวิ่งตัดหน้าจึงเกิดการชนขึ้น
ทางด้านนายธวัช คงสุข อายุ 72 ปี คนขับเรือข้ามฟาก ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยกล่าวว่า ขับเรือมานานกว่า 50 ปีแล้วโดยขับเรือจากฝั่งตรงข้ามมาท่าน้ำโรงพัก ช่วงที่เกิดเหตุก็มองดีแล้วแต่ปกติเรือบรรทุกน้ำมันหากวิ่งผ่านจุดที่เกิดเหตุจะเปาแตรเสียงดังเพื่อเตือน แต่ในครั้งนี้ไม่มีการเป่าแตรเตือนแต่อย่างใดพอมาดูอีกที่เรือบรรทุกน้ำมันก็มาใกล้แล้วแม้ว่าจะระวังแล้วแต่ก็มาเกิดเรื่อแบบนี้ขึ้น
พ.ต.ท.ยุทธจักร วรรณคีรี พนักงานสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งความแก้ผู้ใดเพราะว่าการให้การของนายท้ายเรือทั้ง 2 ฝ่ายให้การขัดกันอยู่ จึงต้องรองสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมเสียก่อน
นางสกีณา แจ่มใส่ อายุ 28 ปี แม่เด็กชายศักดา กล่าวว่า ตอนเรือชนลูกหลุดมือไปแล้วแต่ตนเองและสามีเร่งว่ายน้ำไปคว้าลูกกลับมาได้และพยายามว่ายน้ำประคองตัวจนกระทั่งมีเรือเล็กเข้ามาช่วย
นางเรวลัย วรุตมสกุลวงศ์ อายุ 45 ปี กล่าวว่า ขณะเรือกำลังข้ามฝากพบว่าเรือน้ำมันจะมาชนเรือข้ามฟากแล้วก็ตะโยนบอกให้ลุงคนขัยเรือเร่งเครื่องเพื่อให้พ้นจากการชนแต่ลุงก็แก่และเชื่องช้าไม่ทันจะเร่งเรือน้ำมันก็มาพุ่งชนเสียแล้ว
น.ท.รชต ผกาฟุ้ง หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่า พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันชนเรือข้ามฟาก และตรวจเยี่ยมคนเจ็บ 6 รายที่ รพ.บางปะอิน พร้อมกับกล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเรือลำใดผิดลำใดถูก ต้องรอผลการสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี ซึ่งนายท้ายเรือทั้ง 2 ฝ่ายยังให้การไม่ตรงกัน และพบว่าเรือเหล็กข้ามฟากได้จมลงสู่ก้นแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องต้นจะให้นักประดาน้ำวางทุ่นเตือนภัย และจะออกประกาศชาวเรือเตือนจุดที่เรือจมเพื่อป้องกันอันตรายในการเดินเรือ โดยในจุดที่เรือจมจะห้ามเรือวิ่งผ่าน และให้เดินเรือเลี่ยงในล่องน้ำเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ
อย่างไรก็ตามจะต้องเร่งกู้ซากเรือข้ามฟากขึ้นมาและให้ตำรวจตรวจสอบประกอบสำนวนการสอบสวน ทั้งนี้จะได้ประสานงานกับเรือบรรทุกน้ำมันให้เข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทราบว่าเรือทั้งสองลำมีประกัน ซึ่งจะเร่งติดต่อให้บริษัทประกันภัยและบริษัทเรือขนส่งน้ำมันเข้ามาทำการช่วยเหลือโดยด่วน อย่างไรก็ตามได้รายงานให้ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมต.ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทราบแล้วเช่นกัน







